คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13316/2557
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องขอให้ส่งตัวผู้ต้องหาไปควบคุมเพื่อตรวจพิสูจน์การเสพหรือติดยาเสพติดตามกฎหมายฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ไม่ใช่คำสั่งในคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ผู้ต้องหาจึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์หรือฎีกาคำสั่งดังกล่าวได้
ย่อคำพิพากษา
แม้คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องของพนักงานสอบสวนที่ยื่นคำร้องขอให้ส่งตัวผู้ต้องหาไปควบคุมเพื่อรับการตรวจพิสูจน์การเสพหรือติดยาเสพติด ตาม พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 จะไม่ใช่คำสั่งในคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พนักงานสอบสวนมีสิทธิที่จะยื่นอุทธรณ์ได้ตามกฎหมาย แต่การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของพนักงานสอบสวนดังกล่าวนั้น เป็นเรื่องระหว่างศาลกับพนักงานสอบสวนซึ่งเป็นผู้ร้องโดยเฉพาะ ผู้ต้องหาทั้งสองจึงไม่มีสิทธิที่จะอุทธรณ์หรือฎีกาคำสั่งดังกล่าวของศาลชั้นต้นได้ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของผู้ต้องหาทั้งสองจึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2552 เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองพร้อมเมทแอมเฟตามีน 5 เม็ด เป็นของกลาง กล่าวหาว่าร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน ต่อมาวันที่ 10 มีนาคม 2552 ผู้ร้องยื่นคำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาทั้งสองครั้งที่ 1 ต่อศาลชั้นต้น มีกำหนด 12 วัน ศาลชั้นต้นอนุญาต หลังจากศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้ร้องฝากขังผู้ต้องหาทั้งสองครั้งที่ 3 แล้ว ผู้ร้องยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 7 เมษายน 2552 ว่า ผู้ร้องสอบสวนแล้วปรากฏว่าผู้ต้องหาทั้งสองกระทำความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีนด้วย ขอให้ศาลมีคำสั่งยกคำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาทั้งสอง และส่งตัวผู้ต้องหาทั้งสองไปควบคุมตัวเพื่อรับการตรวจพิสูจน์การเสพหรือการติดยาเสพติดตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ครั้นวันที่ 21 เมษายน 2552 ผู้ต้องหาทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นไต่สวนข้อเท็จจริงว่า ผู้ต้องหาทั้งสองถูกดำเนินคดีในข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีน และเป็นผู้ที่จะได้รับประโยชน์จากพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. 2545 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง
ผู้ต้องหาทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องของผู้ร้องฉบับลงวันที่ 7 เมษายน 2552
ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษายกอุทธรณ์ของผู้ต้องหาทั้งสอง
ผู้ต้องหาทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้คำสั่งของศาลชั้นต้นที่มีคำสั่งให้ยกคำร้องของพนักงานสอบสวนที่ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งยกคำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาทั้งสอง และส่งตัวผู้ต้องหาทั้งสองไปควบคุมเพื่อรับการตรวจพิสูจน์การเสพหรือติดยาเสพติด ตามพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 จะไม่ใช่คำสั่งในคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และพนักงานสอบสวนมีสิทธิที่จะยื่นอุทธรณ์ได้ตามกฎหมาย แต่การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของพนักงานสอบสวนดังกล่าวนั้น เป็นกรณีที่เป็นเรื่องระหว่างศาลกับพนักงานสอบสวนซึ่งเป็นผู้ร้องโดยเฉพาะ ผู้ต้องหาทั้งสองจึงไม่มีสิทธิที่จะอุทธรณ์หรือฎีกาคำสั่งดังกล่าวของศาลชั้นต้นได้ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของผู้ต้องหาทั้งสองจึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
พิพากษายกฎีกาของผู้ต้องหาทั้งสอง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13316/2557
พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองเพชรบูรณ์ ผู้ร้อง
นายธีรพล อินทร์สุธา กับพวก ผู้ต้องหา
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ผู้ร้อง - พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองเพชรบูรณ์ · ผู้ต้องหา - นายธีรพล อินทร์สุธา กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ทวีศักดิ์ ทองภักดี · อดิศักดิ์ ปัตรวลี · เฉลิมศักดิ์ ภัทรสุมันต์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ - นายสมเกียรติ ลิ้มเทียมเจริญ · ศาลอุทธรณ์ - นายทรงกลด บุญชูกุศล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา