⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 17391/2557

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 17391/2557

ป.อาญา ม.29, 30, 33 ฯลฯ · ป.พ.พ. ม.449

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยที่ใช้อาวุธปืนเพื่อป้องกันบุตรของตน และเหตุที่กระสุนปืนลั่นเกิดจากการแย่งอาวุธปืน มิใช่เกิดจากความประมาท แต่เป็นการป้องกันตนพอสมควรแก่เหตุ

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยไปหยิบอาวุธปืนจากรถยนต์มาเพื่อป้องกันบุตรของตน และเหตุที่กระสุนปืนลั่นเกิดจากการแย่งอาวุธปืนระหว่างจำเลยกับโจทก์ร่วม อันสืบเนื่องมาจากจำเลยใช้อาวุธปืนเพื่อป้องกันบุตรของตนดังกล่าว มิได้เกิดจากความประมาทของจำเลย การกระทำของจำเลยจึงเป็นการป้องกันตนพอสมควรแก่เหตุ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.40 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.46 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.47 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 ประมวลกฎหมายอาญา ม.30 ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 ประมวลกฎหมายอาญา ม.72 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.300 ประมวลกฎหมายอาญา ม.371 ประมวลกฎหมายอาญา ม.376 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.449

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.40 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.46 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.47 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 80, 91, 288, 371, 376 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 8 ทวิ, 72 ทวิ ริบอาวุธปืน ซองบรรจุเครื่องกระสุนปืน ปลอกกระสุนปืนและซองพกแบบหนังที่ใช้ใส่อาวุธปืนของกลาง ระหว่างพิจารณา นายอภิรักษ์ ผู้เสียหายที่ 3 โดยนายไพโรจน์ ผู้แทนโดยชอบธรรมยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาตเฉพาะความผิดฐานพยายามฆ่า และโจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนรวมเป็นเงิน 441,530 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันถัดจากวันยื่นคำร้อง จำเลยให้การปฏิเสธและให้การในคดีส่วนแพ่งขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 72, 80 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานพยายามฆ่าสองกระทง จำคุกกระทงละ10 ปี ฐานพยายามฆ่าโดยบันดาลโทสะ จำคุก 6 ปี ฐานพาอาวุธ จำคุก 6 เดือนรวมสี่กระทง เป็นจำคุก 26 ปี 6 เดือน ริบอาวุธปืน ซองบรรจุเครื่องกระสุนปืนปลอกกระสุนปืนและซองพกแบบหนังที่ใช้ใส่อาวุธปืนของกลาง ให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์ร่วม 240,000 บาท (สองแสนสี่หมื่นบาท) พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันเกิดเหตุ (วันที่ 20 สิงหาคม 2552) เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ร่วม โจทก์ร่วมและจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัสและฐานยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 และมาตรา 376 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 300 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุก 2 ปี และปรับ 6,000 บาท ฐานพาอาวุธปืน ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ปรับ 2,000 บาท รวมจำคุก 2 ปี และปรับ 8,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ให้ยกฟ้องข้อหาพยายามฆ่าผู้เสียหายที่ 1 และที่ 2 คืนของกลางแก่จำเลย ให้จำเลยชำระค่าเสียหายเป็นเงิน 150,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันยื่นคำร้องขอเรียกค่าสินไหมทดแทน (วันที่ 11 สิงหาคม 2553) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ร่วม ค่าฤชาธรรมเนียมส่วนคดีแพ่งชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และโจทก์ร่วมฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติว่า ในวันและเวลาตามฟ้อง จำเลย นายอัครวินท์ และนางวนิดา บุตรและภริยาของจำเลยเข้าไปในโรงอาหารของโรงเรียนนนทบุรีพิทยาคม ที่โจทก์ร่วม ผู้เสียหายที่ 1 ที่ 2 และบุตรของจำเลยศึกษาอยู่ เมื่อจำเลยพบโจทก์ร่วมผู้เสียหายที่ 1และที่ 2 จำเลยได้สอบถามโจทก์ร่วมว่า ใครเป็นคนรุมทำร้ายบุตรจำเลย จากนั้นนายอัครวินท์ชกต่อยกับโจทก์ร่วมได้สักครู่หนึ่งก็มีนางภัทธิกานันท์ซึ่งเป็นครูเข้ามาห้าม และให้โจทก์ร่วมไปพบครูผู้ปกครองที่ห้องผู้บริหาร มีผู้เสียหายที่ 1 ที่ 2 กับพวกนั่งรออยู่ที่หน้าห้อง ส่วนจำเลยกับบุตรและภริยานั่งรออยู่ที่ม้าหินริมสนามฟุตบอลห่างจากห้องบริหารของโรงเรียนประมาณ 30 ถึง 40 เมตร ระหว่างโจทก์ร่วมอยู่กับนางขนิษฐาซึ่งเป็นครูผู้ปกครอง นางขนิษฐาได้กล่าวตำหนิโจทก์ร่วมอย่างรุนแรง โจทก์ร่วมวิ่งออกจากห้องดังกล่าวมีผู้เสียหายที่ 1 และที่ 2 กับพวกตามไปด้วย โจทก์ร่วมเข้าไปชกนายอัครวินท์ จำเลยจึงไปหยิบอาวุธปืนที่รถยนต์ของจำเลยออกมา ต่อมาโจทก์ร่วมแย่งอาวุธปืนจากจำเลย เป็นเหตุให้กระสุนถูกบริเวณโคนขาของโจทก์ร่วมได้รับบาดเจ็บตามรายงานชันสูตรบาดแผลของแพทย์ คดีคงมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์และโจทก์ร่วมว่า จำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่าโจทก์ร่วม ผู้เสียหายที่ 1 และที่ 2 หรือไม่ และค่าเสียหายที่โจทก์ร่วมได้รับมีเพียงใด ศาลฎีกาเห็นว่าจากคำเบิกความของโจทก์ร่วมเองได้ความว่า โจทก์ร่วมเป็นผู้ก่อภยันตรายขึ้นก่อนโดยวิ่งเข้าไปชกนายอัครวินท์จนล้มลง และน่าเชื่อว่านอกจากมีผู้เสียหายที่ 1 และที่ 2 กับพวกวิ่งตามไปแล้วยังมีผู้อื่นวิ่งตามไปด้วยเพราะก่อนหน้านี้พวกของผู้เสียหายได้นั่งรอโจทก์ร่วมอยู่ จากคำเบิกความของร้อยตำรวจโทสมควรและบันทึกการจับกุม ก็ได้ความว่านายอัครวินท์บุตรของจำเลยถูกทำร้ายก่อน สอดคล้องกับคำเบิกความของนางบุญศิริ ครูโรงเรียนนนทบุรีพิทยาคม พยานจำเลยซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ขณะที่บุตรของจำเลยถูกทำร้ายว่า ขณะที่พยานเดินไปที่รถยนต์ของพยานเห็นเด็กถูกรุมทำร้ายด้วยของแข็งและท่อน้ำ พยานได้ตะโกนบอกให้ทุกคนหยุด แต่ไม่มีใครฟัง ซึ่งคนที่ถูกทำร้ายก็คือบุตรของจำเลย น่าเชื่อว่าพยานเบิกความไปตามจริงเพราะไม่มีส่วนได้เสียกับฝ่ายใดเมื่อพิจารณารายงานตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์ที่ได้ตรวจร่างกายนายอัครวินท์ บันทึกแจ้งความของจำเลย ว่าบุตรของจำเลยถูกรุมทำร้ายและภาพถ่ายบาดแผล สอดคล้องไปในทางเดียวกันว่านายอัครวินท์ถูกรุมทำร้ายจริงมีรอยฟกช้ำหลายแห่ง ดังนั้นการที่จำเลยไปหยิบอาวุธปืนจากรถยนต์มาเพื่อป้องกันบุตรของตน จึงเป็นเรื่องปกติธรรมดาของผู้เป็นบิดาและเหตุที่กระสุนปืนลั่นก็เกิดจากแย่งอาวุธปืนระหว่างจำเลยกับโจทก์ร่วมอันสืบเนื่องมาจากจำเลยใช้อาวุธปืนเพื่อป้องกันบุตรของตนดังกล่าว มิได้เกิดจากความประมาทของจำเลยดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยแต่ประการใด ตามหลักฐาน จำเลยเป็นสมาชิกวิสามัญชมรมยิงปืน ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ เชื่อว่าหากจำเลยประสงค์จะฆ่าโจทก์ร่วมย่อมกระทำได้ เพราะมีความรู้ความถนัดในการใช้อาวุธปืนการจ้องปืนไปที่โจทก์ร่วมไม่น่าจะมีเจตนาฆ่า เพียงแต่ต้องการยุติการที่บุตรของตนถูกทำร้าย การกระทำของจำเลยจึงเป็นการป้องกันตนพอสมควรแก่เหตุ จึงไม่เป็นความผิดดังนั้นที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 และมาตรา 376 ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 เมื่อฟังข้อเท็จจริงว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย คำพิพากษาคดีส่วนอาญาต้องผูกพันคดีส่วนแพ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46 จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ร่วมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 449 วรรคแรก ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 47 ปัญหาดังกล่าวแม้จำเลยจะมิได้หยิบยกขึ้นฎีกา แต่เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 40 ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยกับศาลอุทธรณ์ภาค 1 บางส่วน ฎีกาของโจทก์และโจทก์ร่วมฟังไม่ขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยในข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส และข้อหายิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมนุมชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300, 376 ให้ยกคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์และคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนของผู้เสียหายที่ 3 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 17391/2557 พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี โจทก์ นายอภิรักษ์ ศรีสังข์ โดยนายไพโรจน์ ศรีสังข์ ผู้แทนโดยชอบธรรม โจทก์ร่วม นายอนุพงษ์ นิวาศานนท์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี · โจทก์ร่วม - นายอภิรักษ์ ศรีสังข์ โดยนายไพโรจน์ ศรีสังข์ ผู้แทนโดยชอบธรรม · จำเลย - นายอนุพงษ์ นิวาศานนท์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)หม่อมหลวงไกรฤกษ์ เกษมสันต์ · เมทินี ชโลธร · ณัฏฐชัย ไวยภาษจีรกุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนนทบุรี - นางสาวนภาวรรณ ขุนอักษร · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายศักดิ์ชัย รังษีวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.4726/2556

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1837/2531ฎีกา 6575/2551ฎีกา 1392/2564ฎีกา 4715/2542ฎีกา 770/2535ฎีกา 681/2506ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1452/2511ฎีกา 99/2541ฎีกา 1089/2559ฎีกา 2530/2527ฎีกา 9647/2557ฎีกา 2409/2551ฎีกา 7651/2552ฎีกา 4180/2548ฎีกา 2147/2521ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1000/2505ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 605/2511ฎีกา 14887/2551ฎีกา 1360/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา