⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2456/2557

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2456/2557

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลจะพิพากษาลงโทษได้โดยไม่ต้องสืบพยานหลักฐานต่อไป แต่หากจำเลยให้การรับสารภาพหลังจากสืบพยานเสร็จสิ้นแล้ว และข้อเท็จจริงที่ได้จากการสืบพยานปรากฏว่าจำเลยไม่ได้กระทำความผิด ศาลสามารถนำข้อเท็จจริงนั้นมารับฟังเป็นคุณแก่จำเลยได้

ย่อคำพิพากษา

ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 176 วรรคหนึ่ง เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลจะพิพากษาโดยไม่สืบพยานหลักฐานต่อไปก็ได้ แต่หากจำเลยให้การรับสารภาพหลังสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยเสร็จสิ้นแล้ว เมื่อข้อเท็จจริงที่ได้จากทางนำสืบของโจทก์ว่าจำเลยไม่ได้กระทำความผิดดังกล่าว ศาลย่อมนำข้อเท็จจริงมารับฟังเป็นคุณแก่จำเลยได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 185 วรรคหนึ่ง, 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 215 และ 225

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.176 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.215 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 91, 371 ริบอาวุธปืนของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพในข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ส่วนข้อหาอื่นนอกจากนี้จำเลยให้การปฏิเสธ แต่เมื่อสืบพยานโจทก์และจำเลยเสร็จแล้ว จำเลยขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีอาวุธปืนไม่มีทะเบียนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 6 เดือน และปรับ 6,000 บาท ฐานพาอาวุธปืน เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน และปรับ 6,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือน และปรับ 6,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบอาวุธปืนของกลาง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับความผิดฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต โดยไม่มีเหตุสมควร หรือโดยเปิดเผย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้เถียงกันและตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 รับฟังเป็นยุติว่า วันเวลาเกิดเหตุตามฟ้อง เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยและตรวจค้นพบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลางอยู่ในช่องเก็บของด้านนอกของรถยนต์โดยสารที่จำเลยเป็นผู้ขับ โดยมีสิ่งของปิดไว้และห่อด้วยผ้าสีขาว ความผิดฐานมีอาวุธปืนไม่มีทะเบียนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต โจทก์ไม่ฎีกา จึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า จำเลยมีความผิดฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควรตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้เจ้าพนักงานตำรวจตรวจค้นพบอาวุธปืนและกระสุนปืนของกลางอยู่ในช่องเก็บของด้านนอกของรถยนต์โดยสารที่จำเลยเป็นผู้ขับ โดยมีสิ่งของปิดไว้และห่อด้วยผ้าสีขาว เมื่อจำเลยเป็นผู้ขับรถยนต์โดยสารคันที่ค้นพบอาวุธปืนของกลาง การที่จำเลยจะลงจากรถยนต์โดยสารมาหยิบฉวยอาวุธปืนมาใช้ทันทีทันใดนั้นย่อมเป็นไปได้ยาก จึงมิอาจถือได้ว่าเป็นการพาติดตัวทั้งเจ้าพนักงานตรวจค้นพบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลางขณะที่รถยนต์โดยสารที่จำเลยขับจอดอยู่ข้างสถานีบริการน้ำมันเพียว ซึ่งจำเลยนำสืบว่า วันเกิดเหตุขณะที่จำเลยจอดรถรอรับพนักงานในตอนเย็นบริเวณหลังสถานีบริการน้ำมันเพียว เวลาประมาณ 8 นาฬิกา นายวินัยนำอาวุธปืนของกลางมาฝากไว้แล้วจะมารับคืนตอนเย็น เมื่อโจทก์ไม่มีพยานมานำสืบให้เห็นว่าจำเลยพาอาวุธปืนของกลางไปตามถนนสาธารณะ ตำบลดอนหัวฬ่อ อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี ตามฟ้อง จึงต้องฟังเป็นคุณแก่จำเลยว่าขณะที่จำเลยจอดรถรอรับพนักงานบริเวณสถานีบริการน้ำมันเพียว นายวินัยนำอาวุธปืนของกลางมาฝากจำเลยไว้ ข้อเท็จจริงจึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะตามฟ้อง การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 แม้จำเลยให้การรับสารภาพในความผิดฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควรตามฟ้อง ซึ่งข้อเท็จจริงต้องรับฟังเป็นยุติตามฟ้องและศาลสามารถพิพากษาลงโทษจำเลยได้โดยไม่ต้องสืบพยานหลักฐานประกอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 176 วรรคหนึ่ง ก็ตาม แต่คดีนี้จำเลยให้การรับสารภาพหลังจากสืบพยานโจทก์และจำเลยเสร็จสิ้นแล้ว ดังนี้ เมื่อข้อเท็จจริงที่ได้จากทางนำสืบของโจทก์ว่า จำเลยไม่ได้พาอาวุธปืนของกลางติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควร ศาลฎีกาย่อมนำข้อเท็จจริงดังกล่าวมารับฟังเป็นคุณแก่จำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 วรรคหนึ่ง, 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 215 และ 225 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกฟ้องในความผิดฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควรมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2456/2557 พนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี โจทก์ นายชาญวิทย์ อิ่มคูนอก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี · จำเลย - นายชาญวิทย์ อิ่มคูนอก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปกรณ์ มหรรณพ · สมยศ เข็มทอง · นุจรินทร์ จันทร์พรายศรี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชลบุรี - นายวิสิษฐ์ พุ่มกำพล · ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายจิรพงษ์ ทัศน์เอี่ยม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.360/2557

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 3026/2517ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1795/2493ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 3814/2549ฎีกา 2963/2535ฎีกา 726/2487ฎีกา 2813/2566ฎีกา 848/2545ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7201/2568ฎีกา 16889/2555ฎีกา 11/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา