⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6840/2557

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6840/2557

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่นิติบุคคลเป็นตัวแทนของโจทก์ ไม่ถือว่าผู้เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของนิติบุคคลนั้นเป็นผู้ค้ำประกันหนี้ของนิติบุคคลนั้นต่อโจทก์ เว้นแต่จะมีสัญญาค้ำประกันที่ระบุถึงผู้ค้ำประกันนั้นโดยเฉพาะ

ย่อคำพิพากษา

เมื่อจำเลยที่ 1 จดทะเบียนตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด อันดามัน บิซิเนส แอนด์ เซอร์วิส เป็นนิติบุคคลต่างหากจากจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการตาม ป.พ.พ. มาตรา 1015 การที่โจทก์มีหนังสือรับรองให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด อันดามัน บิซิเนส แอนด์ เซอร์วิส เป็นตัวแทนของโจทก์ รหัสตัวแทน พีเค 0004 จะถือว่าจำเลยที่ 3 เป็นผู้ค้ำประกันหนี้ของห้างหุ้นส่วนจำกัด อันดามัน บิซิเนส แอนด์ เซอร์วิส ตามสัญญาค้ำประกันต่อโจทก์หาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1015

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 1,609,658.03 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 1,570,399.03 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษา ให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 ร่วมกันชำระเงิน 1,570,399.03 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน 2550 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 3 เสียด้วย ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 3 ทั้งสองศาล และค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 ในศาลชั้นต้นให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้เถียงกันในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติได้ในเบื้องต้นว่า เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2547 จำเลยที่ 1 และที่ 2 ตกลงเป็นตัวแทนของโจทก์เพื่อชักชวนให้บุคคลทำสัญญาประกันภัยรถยนต์กับโจทก์ทั้งภาคสมัครใจและภาคบังคับ รวมทั้งประกันภัยเบ็ดเตล็ด รหัสตัวแทน พีเค 0004 จำเลยที่ 1 และที่ 2 มีหน้าที่ส่งมอบเบี้ยประกันภัยที่รับชำระจากลูกค้าให้แก่โจทก์ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่เก็บเงินได้ ตามสัญญาตัวแทน มีจำเลยที่ 3 เป็นผู้ค้ำประกันโดยยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ตามสัญญาค้ำประกัน จำเลยที่ 3 เป็นบิดาของจำเลยที่ 2 โจทก์มีหนังสือรับรองลงวันที่ 9 มีนาคม 2548 ว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัด อันดามัน บิซิเนส แอนด์ เซอร์วิส เป็นศูนย์บริการประกันภัยของโจทก์ที่จังหวัดภูเก็ต มีจำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการศูนย์ รหัสตัวแทน พีเค 0004 เป็นตัวแทนประกันวินาศภัยของโจทก์ซึ่งทำหน้าที่ในการดำเนินการรับประกัน และขยายงานรับประกันภัยรถยนต์ อัคคีภัย การประกันภัยเบ็ดเตล็ด และประกันภัยอื่นประจำศูนย์บริการภูเก็ต ตามหนังสือรับรอง จำเลยที่ 1 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัดอันดามัน บิซิเนส แอนด์ เซอร์วิส ตามหนังสือรับรอง ต่อมาจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบุตรของจำเลยที่ 3 มีหนังสือแจ้งไปยังโจทก์ขอยกเลิกการเป็นตัวแทนของโจทก์ ตามหนังสือฉบับลงวันที่ 1 เมษายน 2548 ขณะนั้นจำเลยที่ 2 ไม่เคยทำหน้าที่ตัวแทนของโจทก์เพราะยังไม่มีหนังสือการเป็นตัวแทนจากโจทก์ จำเลยที่ 1 แจ้งเอาประกันภัยโดยใช้รหัส พีเค 0004 และไม่ส่งมอบเงินที่เก็บจากลูกค้าให้แก่โจทก์ 3 ครั้ง รวมเป็นเงิน 1,570,399.03 บาท ตามใบสรุปค่าเบี้ยประกันภัย โจทก์มีหนังสือแจ้งไปยังจำเลยที่ 1 และที่ 2 ขอยกเลิกการเป็นตัวแทนของโจทก์ตามหนังสือฉบับลงวันที่ 18 ตุลาคม ต่อมา วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2550 จำเลยที่ 1 ทำหนังสือรับสภาพหนี้กับโจทก์ยอมรับว่าเป็นหนี้ค่าเบี้ยประกันภัยค้างชำระ 1,570,399.03 บาท แต่ขอชำระเพียง 1,030,288.65 บาท และขอผ่อนชำระรวม 21 งวด ตามหนังสือรับสภาพหนี้จำเลยที่ 1 มิได้ชำระเงินตามจำนวนที่ระบุในหนังสือรับสภาพหนี้แก่โจทก์ตั้งแต่กำหนดชำระเงินงวดแรกวันที่ 15 เมษายน 2550 คดีสำหรับจำเลยที่ 2 ยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ให้ยกฟ้องโจทก์ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยที่ 3 ต้องรับผิดต่อโจทก์ตามสัญญาค้ำประกันหรือไม่ โจทก์ฎีกาว่า จำเลยที่ 3 ทำสัญญาค้ำประกันกับโจทก์ยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2547 จึงต้องรับผิดต่อโจทก์ จำเลยที่ 3 ไม่ได้ยื่นคำให้การต่อสู้ในประเด็นหนี้ จำนวน 1,570,399.03 บาท เป็นหนี้ของห้างหุ้นส่วนจำกัด อันดามัน บิซิเนส แอนด์ เซอร์วิส และไม่ได้นำสืบในศาลชั้นต้น จำเลยที่ 3 เพิ่งจะยกขึ้นมาในชั้นอุทธรณ์ จึงเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 เห็นว่า ตามคำให้การจำเลยที่ 2 และที่ 3 ในข้อ 3 ย่อหน้าที่ 3 จำเลยที่ 3 ให้การไว้โดยแจ้งชัดว่าสัญญาค้ำประกันตัวแทนเอกสารท้ายฟ้องโจทก์หมายเลข 5 เป็นการค้ำประกันจำเลยที่ 1 และที่ 2 มิได้ค้ำประกันหนี้บุคคลอื่น แต่หนี้ตามฟ้องโจทก์เป็นหนี้ที่เกิดขึ้นจากห้างหุ้นส่วนจำกัด อันดามัน บิซิเนส แอนด์ เซอร์วิส ซึ่งมีจำเลยที่ 1 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการหรือผู้มีอำนาจและหนี้ตามฟ้องเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นจากห้างหุ้นส่วนจำกัด อันดามัน บิซิเนส แอนด์ เซอร์วิส ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนของโจทก์ทั้งสิ้น จำเลยที่ 3 มิได้มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวข้องกับหนี้ตามฟ้อง ในชั้นพิจารณานายนวิน ผู้รับมอบอำนาจช่วงของโจทก์ก็เบิกความตอบคำถามค้านว่า หนังสือรับรองระบุว่าโจทก์ให้การรับรองว่าห้างหุ้นส่วนจำกัด อันดามัน บิซิเนส แอนด์ เซอร์วิส ซึ่งไม่ใช่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ในคดีนี้เป็นตัวแทนที่ใช้รหัส พีเค 0004 สอดคล้องกับคำเบิกความของจำเลยที่ 3 จึงเป็นข้อที่ได้ว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น เมื่อจำเลยที่ 1 จดทะเบียนตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด อันดามัน บิซิเนส แอนด์ เซอร์วิส เป็นนิติบุคคลต่างหากจากจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1015 การที่โจทก์มีหนังสือรับรองให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด อันดามัน บิซิเนส แอนด์ เซอร์วิส เป็นตัวแทนของโจทก์ รหัสตัวแทน พีเค 0004 จะถือว่าจำเลยที่ 3 เป็นผู้ค้ำประกันหนี้ของห้างหุ้นส่วนจำกัด อันดามัน บิซิเนส แอนด์ เซอร์วิส ตามสัญญาค้ำประกันต่อโจทก์หาได้ไม่ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหานี้มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาข้อนี้ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 3 ร่วมรับผิดต่อโจทก์ร่วมกับจำเลยที่ 1 เฉพาะต้นเงิน 252,687.23 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 16 เมษายน 2550 ตามขอเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 3 ทั้งสามศาลให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6840/2557 บริษัทเจ้าพระยาประกันภัย จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายณรงค์ชัยหรือธนเดช คลีดิษฐ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเจ้าพระยาประกันภัย จำกัด (มหาชน) · จำเลย - นายณรงค์ชัยหรือธนเดช คลีดิษฐ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วีระชาติ เอี่ยมประไพ · อนันต์ วงษ์ประภารัตน์ · วิจิตร วิสุชาติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพระโขนง - นายอนันต์ ลิขิตธนสมบัติ · ศาลอุทธรณ์ - นายอธิคม อินทุภูติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.1932/2555

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 8753/2556ฎีกา 916/2509ฎีกา 2082/2543ฎีกา 734/2502ฎีกา 1180/2511ฎีกา 871/2511ฎีกา 489/2489ฎีกา 4554/2559ฎีกา 7063/2539ฎีกา 5645/2546ฎีกา 4546/2540ฎีกา 41/2509ฎีกา 3250/2545ฎีกา 4551/2547ฎีกา 352/2511ฎีกา 1588/2523ฎีกา 1910/2538ฎีกา 5674/2530ฎีกา 2654/2519ฎีกา 351/2507ฎีกา 1852/2517ฎีกา 2967/2537ฎีกา 470/2519ฎีกา 2510/2516
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา