⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6902/2557

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6902/2557

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากพยานหลักฐานของโจทก์เพียงพอจะรับฟังลงโทษจำเลยคนใดที่ร่วมกระทำความผิดได้หรือไม่ เป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับจำเลยแต่ละคนเป็นการเฉพาะตัวเป็นราย ๆ ไปเฉพาะคดีนั้น ๆ ซึ่งพยานหลักฐานของโจทก์อาจพาดพิงถึงจำเลยแต่ละคดีมากน้อยต่างกันตามข้อเท็จจริงจากทางนำสืบเป็นรายคดี

ย่อคำพิพากษา

บทบัญญัติแห่ง ป.วิ.อ. มาตรา 213 เป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาจะใช้อำนาจพิพากษากลับหรือแก้คำพิพากษาศาลล่างไม่ลงโทษหรือลดโทษให้จำเลยตลอดไปถึงจำเลยอื่นที่มิได้อุทธรณ์หรือฎีกามิให้ต้องถูกรับโทษหรือได้ลดโทษเช่นเดียวกับจำเลยผู้อุทธรณ์หรือฎีกา แต่กรณีที่ผู้ร่วมกระทำความผิดถูกแยกฟ้องเป็นหลายคดีเช่นนี้ การที่พยานหลักฐานของโจทก์เพียงพอจะรับฟังลงโทษจำเลยคนใดที่ร่วมกระทำความผิดได้หรือไม่ เป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับจำเลยแต่ละคนเป็นการเฉพาะตัวเป็นราย ๆ ไปเฉพาะคดีนั้น ๆ ซึ่งพยานหลักฐานของโจทก์อาจพาดพิงถึงจำเลยแต่ละคดีมากน้อยต่างกันตามข้อเท็จจริงจากทางนำสืบเป็นรายคดี ไม่เป็นเหตุอยู่ในลักษณะคดี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.213

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 277 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคสาม (เดิม) ประกอบมาตรา 83 จำคุกตลอดชีวิต จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดตามคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองหรือไม่ เห็นว่า คืนเกิดเหตุมีแสงสว่างจากดวงจันทร์ของคืนเดือนหงายจึงมีแสงสว่างพอที่จะให้เห็นเหตุการณ์ได้ ทั้งเหตุการณ์ภายในขนำก็ได้ความจากคำเบิกความของผู้เสียหายว่า ได้ยินเสียงนายบินเรียกชื่อจำเลยซึ่งผู้เสียหายรู้จักมาก่อนเนื่องจากเป็นเพื่อนของคนรักของผู้เสียหาย เมื่อคนร้ายพาผู้เสียหายออกมานอกขนำคนร้ายก็เปิดผ้าที่ปิดหน้าออก ผู้เสียหายจึงเห็นหน้าจำเลย และยังเห็นจำเลยในขณะที่ตามหานางสาวจันทิมา และขณะจำเลยพูดข่มขู่ผู้เสียหายกับนางสาวจันทิมาและร่วมกับคนร้ายอื่นพาผู้เสียหายกับนางสาวจันทิมาไปส่งที่บ้านเพื่อนผู้เสียหายด้วย ผู้เสียหายและนางสาวจันทิมามีโอกาสเห็นหน้าจำเลยนานพอสมควร เชื่อว่าผู้เสียหายและนางสาวจันทิมาเห็นและจดจำจำเลยได้ ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า จากรายงานผลการตรวจร่างกายผู้เสียหายของแพทย์หญิงวนิดาไม่พบร่องรอยฟกช้ำที่บริเวณแคมนอกและแคมในของอวัยวะเพศผู้เสียหาย หากผู้เสียหายถูกคนร้ายหลายคนข่มขืนกระทำชำเราก็น่าจะปรากฏร่องรอยฟกช้ำให้เห็นบ้าง เห็นว่า ได้ความจากแพทย์หญิงวนิดาว่า การไม่ปรากฏรอยฟกช้ำที่อวัยวะเพศของผู้เสียหาย อาจเป็นเพราะผู้เสียหายเคยร่วมประเวณีมาแล้วก่อนเกิดเหตุ ซึ่งก็ได้ความจากบันทึกผู้เสียหายถูกกระทำชำเราว่า ผู้เสียหายแต่งงานมาแล้ว 3 เดือน ดังนั้นการไม่พบร่องรอยฟกช้ำดังกล่าวก็หาทำให้คำเบิกความของผู้เสียหายมีข้อพิรุธสงสัยแต่อย่างใด ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยถูกกล่าวหาว่าร่วมกระทำความผิดฐานร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายกับนายคมกฤษณ์หรือบิน แต่ในคดีที่โจทก์ฟ้องนายคมกฤษณ์ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน พยานหลักฐานของโจทก์ในคดีดังกล่าวเป็นชุดเดียวกันกับพยานหลักฐานของโจทก์คดีนี้ จำเลยจึงย่อมต้องได้รับผลในคำวินิจฉัยในคดีดังกล่าวด้วย เนื่องจากเป็นเหตุลักษณะคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 213 เห็นว่า ตามบทบัญญัติแห่งมาตราดังกล่าวลำพัง หรือประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 225 เป็นกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาว่าจำเลยหลายคนร่วมกันกระทำความผิด จำเลยคนหนึ่งคนใดอุทธรณ์หรือฎีกาแล้วแต่กรณี และศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาจะพิพากษากลับหรือแก้คำพิพากษาศาลล่างไม่ลงโทษหรือลดโทษให้จำเลยผู้นั้น ศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาไปถึงจำเลยอื่นที่มิได้อุทธรณ์หรือฎีกามิให้ต้องถูกรับโทษหรือได้ลดโทษเช่นเดียวกับจำเลยผู้อุทธรณ์หรือฎีกาได้หากเป็นเหตุในลักษณะคดี แต่กรณีผู้ร่วมกระทำความผิดถูกแยกฟ้องเป็นหลายคดีเช่นนี้ การที่พยานหลักฐานของโจทก์เพียงพอจะรับฟังลงโทษจำเลยคนใดที่ร่วมกระทำความผิดได้หรือไม่ เป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับจำเลยแต่ละคนเป็นการเฉพาะตัวเป็นราย ๆ ไปเฉพาะคดีนั้น ๆ ซึ่งพยานหลักฐานของโจทก์อาจพาดพิงถึงจำเลยแต่ละคดีมากน้อยต่างกันตามข้อเท็จจริงจากทางนำสืบเป็นรายคดี ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมาฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยกระทำความผิดตามคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสอง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6902/2557 พนักงานอัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานี โจทก์ นายพงษ์เทพ คล้ายโสม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานี · จำเลย - นายพงษ์เทพ คล้ายโสม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฉลิมศักดิ์ ภัทรสุมันต์ · อดิศักดิ์ ปัตรวลี · ทวีศักดิ์ ทองภักดี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี - นายพัฒนพงษ์ นวลศรี · ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายจรัส วงศ์ตระกูล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.92/2557

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 927/2490ฎีกา 2081/2531ฎีกา 1327/2568ฎีกา 5414/2536ฎีกา 2499/2543ฎีกา 7665/2543ฎีกา 2700/2565ฎีกา 4807/2529ฎีกา 3948/2566ฎีกา 9/2496ฎีกา 15717/2553ฎีกา 589/2483ฎีกา 6355/2544ฎีกา 2898/2530ฎีกา 259/2496ฎีกา 726/2487ฎีกา 6786/2551ฎีกา 7362/2538ฎีกา 1668/2522ฎีกา 98/2545ฎีกา 1436/2498ฎีกา 463/2566ฎีกา 4505/2531ฎีกา 594/2482
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา