⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 10634/2558

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10634/2558

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเลือกตั้งที่มิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ให้มีการเลือกตั้งใหม่ได้ โดยไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ความผิดอาญาหรือละเมิดของผู้กระทำผิด

ย่อคำพิพากษา

มาตรา 97 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 บัญญัติว่า ในกรณีมีหลักฐานเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ก็ให้มีการเลือกตั้งใหม่ หาใช่จำต้องฟังจนแน่ใจว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิดในคดีอาญาหรือทำละเมิดจริง ดังนั้น แม้พนักงานอัยการจะมีคำสั่งไม่ฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาก็ตาม แต่เมื่อพยานหลักฐานของโจทก์มีหลักฐานควรเชื่อได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นผลให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมแล้ว จำเลยต้องรับผิดชดใช้ค่าใช้จ่ายในการจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ตาม มาตรา 99 วรรคหนึ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้เงินจำนวน 207,200.54 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 195,207.65 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 207,200.54 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงิน 195,207.65 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยจะต้องรับผิดค่าใช้จ่ายในการจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่หรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า คำสั่งให้เพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งของจำเลยและจัดการให้มีการเลือกใหม่ ยังไม่ถึงที่สุด และโจทก์ไม่นำสืบให้เห็นว่าจำเลยทำละเมิดอย่างใด ไม่นำผู้รับมอบอำนาจมาสืบว่ามีการมอบอำนาจให้ฟ้องจริงหรือไม่ ทั้งตามมาตรา 97 หรือมาตรา 99 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 กำหนดให้โจทก์ใช้ดุลพินิจมีคำสั่งให้เพิกถอนการเลือกตั้งและมีการเลือกตั้งใหม่เป็นเพียงข้อสันนิษฐานของโจทก์เท่านั้น ซึ่งตามเจตนารมณ์แล้วโจทก์มีหน้าที่ต้องพิสูจน์ว่ามีการละเมิดต่อโจทก์จริง จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดนั้น เห็นว่า สำหรับเรื่องการมอบอำนาจให้ฟ้อง จำเลยมิได้ให้การต่อสู้คดีในข้อนี้ไว้ จึงไม่มีประเด็นที่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาตั้งแต่ศาลชั้นต้น แม้เรื่องอำนาจฟ้องจะเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แต่สำหรับคดีนี้ศาลฎีกายังไม่เห็นสมควรจะยกขึ้นวินิจฉัยให้ จึงไม่ยกขึ้นวินิจฉัยตามนัยแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) ทั้งเมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งให้เพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งของจำเลยมีกำหนด 1 ปี และจัดการให้มีการเลือกตั้งใหม่ โดยวินิจฉัยว่ากรณีมีหลักฐานอันควรเชื่อว่า จำเลยมีส่วนให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา 43 วรรคสอง (2) วรรคหนึ่ง และให้เพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งจำเลยเป็นเวลา 1 ปี และมีคำสั่งให้เลือกตั้งใหม่ตามมาตรา 97 วรรคหนึ่ง เมื่อคดีดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว ซึ่งตามมาตรา 97 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 บัญญัติว่า ในกรณีมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรมก็ให้เลือกตั้งใหม่ได้ หาใช่จำต้องฟังจนกว่าจะแน่ใจว่าจำเลยได้เป็นผู้กระทำความผิดในคดีอาญาหรือทำละเมิดจริง ดังนั้น แม้พนักงานอัยการจะมีคำสั่งไม่ฟ้องจำเลยในคดีอาญาก็ตาม แต่เมื่อตามพยานหลักฐานของโจทก์มีเหตุเกิดจากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการกระทำของจำเลยทำให้ผลการเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมแล้ว จำเลยจึงต้องรับผิดชดใช้ค่าใช้จ่ายในการจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ตามที่มาตรา 99 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 บัญญัติไว้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาให้จำเลยต้องรับผิดค่าใช้จ่ายในการจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น อนึ่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนโดยมิได้สั่งเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมไว้นั้นเป็นการไม่ชอบเพราะแม้ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2550 มาตรา 21 วรรคหนึ่ง จะยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงก็ตาม แต่เมื่อเป็นคดีแพ่งในการวินิจฉัยชี้ขาดคดี ศาลจำต้องมีคำสั่งในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมไม่ว่าคู่ความจะมีคำขอหรือไม่ก็ดี ก็เป็นหน้าที่ของศาลจะต้องสั่งลงไว้ในคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 141 (5) และมาตรา 167 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10634/2558 คณะกรรมการเลือกตั้ง โจทก์ ดาบตำรวจสมบัติ สิงห์หลง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - คณะกรรมการเลือกตั้ง · จำเลย - ดาบตำรวจสมบัติ สิงห์หลง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิกร อังคณาวิศัลย์ · จักร อุตตโม · สุรทิน สาเรือง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชัยภูมิ - นายพิชัย ลิมป์วรพรรณ · ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายศักดิ์สิทธิ์ จิระพรวัชรานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.867/2556
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา