⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2403/2558

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2403/2558

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลมีอำนาจสั่งยกคำร้องขอให้เพิกถอนการยึดทรัพย์ได้โดยไม่ต้องทำการไต่สวน หากพิจารณาจากคำร้องและเอกสารประกอบแล้วเห็นว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ปฏิบัติหน้าที่โดยชอบแล้ว

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นตรวจคำร้องของจำเลยทั้งสองประกอบเอกสารท้ายคำร้องแล้ว เห็นว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งศาลที่หมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีโดยชอบแล้ว จึงไม่มีเหตุเพิกถอนการยึดทรัพย์ เป็นการใช้ดุลพินิจวินิจฉัยตามที่เห็นสมควรว่าจากคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องเพียงพอที่จะวินิจฉัยได้ โดยไม่จำต้องไต่สวนก็ชอบที่จะกระทำได้ ในกรณีเช่นนี้ศาลชอบที่จะมีคำสั่งตามคำร้องไปได้เลยโดยไม่ต้องให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งคัดค้านก่อน การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอให้เพิกถอนการยึดทรัพย์โดยไม่ทำการไต่สวนจึงชอบแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องว่า เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2556 เจ้าพนักงานบังคับคดีกับพวกซึ่งไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการบังคับคดีได้ร่วมกันยึดทรัพย์จำเลยทั้งสอง 22 รายการ มูลค่า 58,397,200 บาท เจ้าพนักงานบังคับคดีมีหน้าที่ต้องยึดทรัพย์ของจำเลยทั้งสองตามที่ระบุในหมายบังคับคดีคือบ้านเลขที่ 1077 แต่เจ้าพนักงานบังคับคดีกลับไปยึดทรัพย์บางส่วนที่บ้านเลขที่ 58/4 กับ 58/5 เป็นการบุกรุกรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของจำเลยทั้งสอง และทำรายงานเท็จว่ายึดทรัพย์สินทุกรายการที่บ้านเลขที่ 1077 ดังกล่าว การกระทำของเจ้าพนักงานบังคับคดีฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ขอให้มีคำสั่งเพิกถอนการยึดทรัพย์ บัญชียึดทรัพย์ ประกาศการยึดทรัพย์ และงดการบังคับคดีไว้ในระหว่างการพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอให้เพิกถอนการยึดทรัพย์โดยไม่ทำการไต่สวนเป็นการกระทำโดยชอบหรือไม่ โดยจำเลยทั้งสองฎีกาว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 21 (2) "ถ้าประมวลกฎหมายนี้มิได้บัญญัติไว้ว่า คำขออันใดจะทำได้แต่ฝ่ายเดียว ห้ามมิให้ศาลทำคำสั่งในเรื่องนั้น ๆ โดยมิให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งหรือคู่ความอื่น ๆ มีโอกาสคัดค้านก่อน..." และตาม (4) "ถ้าประมวลกฎหมายนี้มิได้บัญญัติไว้ว่าศาลต้องออกคำสั่งอนุญาตตามคำขอที่ได้เสนอต่อศาลนั้น โดยไม่ต้องทำการไต่สวนแล้ว ก็ให้ศาลมีอำนาจทำการไต่สวนได้ตามที่เห็นสมควรก่อนมีคำสั่งตามคำขอนั้น..." การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งงดไต่สวนคำร้องขอเพิกถอนการยึดทรัพย์ของจำเลยทั้งสองและยกคำร้องจึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ เห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นตรวจคำร้องของจำเลยทั้งสองประกอบเอกสารท้ายคำร้องแล้ว เห็นว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งศาลที่หมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีโดยชอบแล้ว จึงไม่มีเหตุเพิกถอนการยึดทรัพย์ เป็นการใช้ดุลพินิจวินิจฉัยตามที่เห็นสมควรว่าจากคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องเพียงพอที่จะวินิจฉัยได้ โดยไม่จำต้องไต่สวนก็ชอบที่จะกระทำได้ ในกรณีเช่นนี้ศาลชอบที่จะมีคำสั่งตามคำร้องไปได้เลยโดยไม่ต้องให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งคัดค้านก่อน ซึ่งศาลฎีกาได้ตรวจดูคำร้องขอให้เพิกถอนการยึดทรัพย์ของจำเลยทั้งสองประกอบเอกสารท้ายคำร้องแล้ว ก็เห็นว่าเพียงพอที่จะวินิจฉัยได้โดยไม่จำต้องไต่สวนพยานหลักฐานของจำเลยทั้งสองก่อนดังที่จำเลยทั้งสองฎีกา ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาเห็นชอบตามคำสั่งศาลชั้นต้นนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2403/2558 นายชูศักดิ์ อัศวานันท์ โจทก์ นายสุนทร อัศวานันท์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายชูศักดิ์ อัศวานันท์ · จำเลย - นายสุนทร อัศวานันท์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชาย พันธุมะโอภาส · ประทีป ดุลพินิจธรรมา · อิสสระ นิ่มละมัย
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ