⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3557/2558

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3557/2558

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฎีกาในข้อที่ไม่ได้ว่ากันมาโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค 7 และมิใช่ข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง

ย่อคำพิพากษา

ในชั้นอุทธรณ์จำเลยที่ 3 อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นเพียงว่า จำเลยที่ 3 และที่ 4 มีสัญญาสละสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายซึ่งกันและกัน เมื่อโจทก์ได้ฟ้องจำเลยที่ 4 แต่ต่อมากลับถอนฟ้องจำเลยที่ 4 โดยอ้างว่าจะไปดำเนินคดีต่างหาก ถ้ารับฟังว่ามีการรับประกันภัยจริง เท่ากับสัญญาสละสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายระหว่างจำเลยที่ 3 กับจำเลยที่ 4 มีผลให้จำเลยที่ 3 ไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ แต่โจทก์ต้องไปรับชดใช้จากจำเลยที่ 4 เอง การถอนฟ้องดังกล่าวเป็นเหตุให้จำเลยที่ 4 ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ เหตุดังกล่าวจึงเป็นคุณแก่จำเลยที่ 3 ด้วย จำเลยที่ 3 จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์เช่นกัน ที่จำเลยที่ 3 ฎีกาว่าโจทก์ได้รับเงินจากจำเลยที่ 1 และที่ 2 จนเป็นที่พอใจ ไม่ติดใจเรียกร้องจากจำเลยที่ 1 และที่ 2 อีก จึงเข้าเงื่อนไขตามกรมธรรม์ประกันภัยที่ว่าเมื่อจำเลยที่ 2 ผู้เอาประกันภัยไม่ต้องรับผิดใด ๆ กับโจทก์มีผลให้จำเลยที่ 3 ผู้รับประกันภัยไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ด้วยเช่นกัน ทั้งจำนวนค่าเสียหายที่โจทก์จะเรียกร้องจากจำเลยที่ 3 ไม่ถูกต้อง นั้น ถือเป็นฎีกาที่นอกเหนือไปจากอุทธรณ์เป็นข้อที่ไม่ได้ว่ากันมาโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค 7 และมิใช่ข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันหรือแทนกันชำระเงิน 2,359,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสี่จะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสี่ให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 และยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องลดทุนทรัพย์จาก 2,359,000 บาท เป็น 1,100,000 บาท และจำเลยที่ 1 และที่ 2 ยื่นคำร้องขอถอนคำให้การ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 และแก้ไขคำฟ้องได้ และอนุญาตให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ถอนคำให้การให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ออกจากสารบบความ ค่าฤชาธรรมเนียมโจทก์กับจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ให้เป็นพับ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 3 ชำระเงิน 1,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 16 มกราคม 2556) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลย (ที่ถูก จำเลยที่ 3) ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 40,000 บาท จำเลยที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 3 ใช้ค่าทนายความ 10,000 บาท แทนโจทก์ จำเลยที่ 3 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฎีกาของจำเลยที่ 3 สรุปความว่า เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่า โจทก์ได้รับเงินชดใช้ค่าเสียหายจากจำเลยที่ 1 และที่ 2 แล้ว จำนวน 600,000 บาท จนเป็นที่พอใจไม่ติดใจเรียกร้องใด ๆ จากจำเลยที่ 1 และที่ 2 อีก จึงเข้าเงื่อนไขสัญญาประกันภัยว่า เมื่อจำเลยที่ 2 ผู้เอาประกันภัยไม่ต้องรับผิดใด ๆ ต่อโจทก์อีกต่อไป มีผลยุติให้จำเลยที่ 3 ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ด้วยเช่นกันตามเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัย และทั้งจำนวนเงิน 600,000 บาท ที่โจทก์ได้รับชำระจากจำเลยที่ 1 และที่ 2 ดังกล่าว เมื่อนำไปหักจากจำนวนทุนทรัพย์ภายหลังที่โจทก์ขอแก้ไขคำฟ้องที่ลดจำนวนเหลือ 1,100,000 บาทแล้ว จะเหลือค่าเสียหายตามคำฟ้องที่โจทก์จะเรียกร้องจากจำเลยที่ 3 ได้เพียงจำนวน 500,000 บาท ไม่ใช่จำนวน 1,100,000 บาท ตามที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษานั้น เห็นว่า ในชั้นอุทธรณ์จำเลยที่ 3 ยกปัญหาขึ้นอ้างคัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นแต่เพียงว่า จำเลยที่ 3 และที่ 4 มีสัญญาสละสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายซึ่งกันและกันว่าหากรถยนต์ที่เอาประกันภัยประเภท 1 ชนกัน ไม่ว่าฝ่ายใดผิดหรือถูก ต่างฝ่ายตกลงซ่อมรถยนต์ของฝ่ายตนเอง เมื่อโจทก์แจ้งเอาประกันภัยประเภท 1 กับจำเลยที่ 4 โดยผ่านตัวแทนของจำเลยที่ 4 และโจทก์ได้ฟ้องจำเลยที่ 4 เป็นคดีด้วย แต่โจทก์กลับถอนฟ้องจำเลยที่ 4 โดยประสงค์จะไปดำเนินคดีต่างหาก ซึ่งถ้าข้อเท็จจริงฟังได้ว่ามีการรับประกันภัยไว้จริง เท่ากับว่า สัญญาสละสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายแก่กันระหว่างจำเลยที่ 3 และที่ 4 ดังกล่าวมีผลบังคับให้จำเลยที่ 3 ไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์แต่โจทก์ต้องไปรับการชดใช้เอาจากจำเลยที่ 4 เอง การถอนฟ้องจำเลยที่ 4 อันเป็นเหตุให้จำเลยที่ 4 ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์แล้ว เหตุดังกล่าวจึงเป็นคุณแก่จำเลยที่ 3 ที่ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ด้วยเช่นกัน และรถยนต์ของโจทก์ยังสามารถซ่อมให้อยู่ในสภาพดีได้แม้จะไม่เหมือนเดิม โดยค่าใช้จ่ายในการซ่อมไม่เกิน 700,000 บาท และหากจะขายตามสภาพน่าจะได้ราคาถึง 1,500,000 บาท ดังนั้น ฎีกาของจำเลยที่ 3 ดังกล่าวจึงเป็นการนอกเหนือไปจากอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้น ไม่เป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ และมิใช่ข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 3 มาเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ พิพากษายกฎีกาของจำเลยที่ 3 ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดในชั้นฎีกาแก่จำเลยที่ 3 ค่าทนายความชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3557/2558 ห้างหุ้นส่วนจำกัด เกษเกษรแม็ช โจทก์ นายวิภาส นันจรัส กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัด เกษเกษรแม็ช · จำเลย - นายวิภาส นันจรัส กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชาย พงษธา · โสฬส สุวรรณเนตร์ · อธิคม อินทุภูติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรสาคร - นางอัญชลี กิจธนไพบูลย์ ทัพทอง · ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายชัยเจริญ ดุษฎีพร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.540/2558

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 6025/2538ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1030/2509ฎีกา 710/2542ฎีกา 8884/2543ฎีกา 194/2543ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 218/2481ฎีกา 8444/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1165/2537ฎีกา 100/2540ฎีกา 5806-5807/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา