⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6261/2558

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6261/2558

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การร้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้เริ่มนับอายุความ 10 ปี นับแต่วันที่ศาลอุทธรณ์อ่านคำพิพากษาให้คู่ความฟัง * เงินค่าทดแทนสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินที่จำนอง ย่อมตกอยู่ภายใต้บังคับแห่งการจำนอง และเจ้าหนี้จำนองมีสิทธิบังคับเอาชำระหนี้ได้

ย่อคำพิพากษา

การร้องขอให้บังคับคดี ป.วิ.พ. มาตรา 271 บัญญัติให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาชอบที่จะร้องขอให้บังคับคดีภายในกำหนดสิบปีนับแต่วันมีคำพิพากษา คดีนี้โจทก์อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเกี่ยวกับจำนวนเงินที่จำเลยทั้งสองต้องรับผิดต่อโจทก์ ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2549 โจทก์ร้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และแถลงขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดสิทธิเรียกร้องเงินค่าทดแทนสิ่งปลูกสร้างในคดีนี้เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2555 ไม่ใช่ร้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น การร้องขอให้บังคับคดีของโจทก์จึงอยู่ภายในกำหนดเวลาการบังคับคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 271 เงินค่าทดแทนสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินที่จำนองซึ่งการจำนองครอบไปถึงนั้น มิใช่ทรัพย์สินอื่น แต่เงินดังกล่าวเข้ามาแทนที่ทรัพย์สินซึ่งจำนองที่ถูกเวนคืนในฐานะนิตินัยอย่างเดียวกับทรัพย์สินซึ่งจำนอง ย่อมตกอยู่ในบังคับแห่งจำนองซึ่งโจทก์ในฐานะเจ้าหนี้จำนองตามคำพิพากษามีสิทธิบังคับเอาชำระหนี้ได้เช่นเดียวกันกับทรัพย์สินซึ่งจำนอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2545 ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 9,946,063.25 บาท พร้อมดอกเบี้ยกับค่าฤชาธรรมเนียมแก่โจทก์ ถ้าไม่ชำระให้บังคับจำนองขายทอดตลาดที่ดินเฉพาะส่วนโฉนดเลขที่ 30887 ตำบลลาดกระบัง (คลองประเวศบุรีรมย์) อำเภอลาดกระบัง (แสนแสบ) กรุงเทพมหานคร หากได้เงินไม่พอชำระให้บังคับคดีจากทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองชำระจนครบ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยทั้งสองชำระเงิน 10,019,602.82 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 14.5 ต่อปี ของต้นเงิน 6,308,440.76 บาท นับแต่วันที่ 10 มิถุนายน 2543 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยทั้งสองไม่ชำระ โจทก์ขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ วันที่ 4 กันยายน 2555 โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดี และมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือแจ้งอายัดสิทธิเรียกร้องค่าทดแทนสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวบนที่ดินโฉนดเลขที่ 14862 และเลขที่ 30887 ไปยังแขวงการทางกรุงเทพมหานคร กรมทางหลวง จำเลยทั้งสองยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการอายัดเงินค่าทดแทนสิ่งปลูกสร้างเลขที่ 399/9 ถนนกิ่งแก้ว แขวงลาดกระบัง เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ตามคำร้องของโจทก์ฉบับลงวันที่ 21 สิงหาคม 2555 ที่ยื่นต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฎีกาของจำเลยทั้งสองดังกล่าวเป็นการโต้แย้งเกี่ยวกับหนี้ตามคำพิพากษาอันถึงที่สุดแล้ว ไม่เกี่ยวกับปัญหาการอายัดเงินค่าสิ่งปลูกสร้างที่พิพาทกันในชั้นนี้ จึงเป็นฎีกาในข้อที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยที่จำเลยทั้งสองฎีกาต่อมาว่า โจทก์บังคับคดีเกินกว่า 10 ปี โดยจะต้องเริ่มนับตั้งแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาวันที่ 1 สิงหาคม 2545 ไม่ใช่นับอายุความใหม่ตั้งแต่วันที่ 30 มกราคม 2549 ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์นั้น เห็นว่า การร้องขอให้บังคับคดี ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 บัญญัติให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาชอบที่จะร้องขอให้บังคับคดีภายในกำหนดสิบปีนับแต่วันมีคำพิพากษา คดีนี้โจทก์อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเกี่ยวกับจำนวนเงินที่จำเลยทั้งสองจะต้องรับผิดต่อโจทก์ ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2549 โจทก์ร้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และแถลงขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดสิทธิเรียกร้องเงินค่าทดแทนสิ่งปลูกสร้างในคดีนี้เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2555 ไม่ใช่ร้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ได้อ่านเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2545 จึงไม่มีเหตุที่จะเริ่มนับกำหนดเวลาการบังคับคดีในวันที่ได้อ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้นดังที่จำเลยทั้งสองอ้างมาในฎีกา การร้องขอให้บังคับคดีของโจทก์จึงอยู่ภายในกำหนดเวลาการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 ฎีกาของจำเลยทั้งสองในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ฎีกาข้อสุดท้ายของจำเลยทั้งสองที่ว่า ที่ดินทรัพย์จำนองคดีนี้ยังไม่ถูกขายทอดตลาด จึงไม่ทราบว่าเงินที่ขายได้จะพอชำระหนี้หรือไม่ โจทก์จึงไม่มีสิทธิขอให้บังคับคดีแก่ทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองนั้น เห็นว่า เงินค่าทดแทนสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินจำนองซึ่งการจำนองครอบไปถึงนั้น มิใช่ทรัพย์สินอื่น แต่เงินดังกล่าวเข้ามาแทนที่ทรัพย์สินซึ่งจำนองที่ถูกเวนคืนในฐานะนิตินัยอย่างเดียวกับทรัพย์สินซึ่งจำนอง ย่อมตกอยู่ในบังคับแห่งการจำนองซึ่งโจทก์ในฐานะเจ้าหนี้จำนองตามคำพิพากษามีสิทธิบังคับเอาชำระหนี้ได้เช่นเดียวกับทรัพย์สินซึ่งจำนอง คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสองทุกข้อฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6261/2558 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) โจทก์ นางสาวมุกดา ปัญจะพรกุล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) · จำเลย - นางสาวมุกดา ปัญจะพรกุล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพโรจน์ วายุภาพ · กษิดิ์เดช จีนสลุต · สมพงษ์ เหมวิมล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดมีนบุรี - นางจิราภรณ์ แสงจันทร์ · ศาลอุทธรณ์ - นายณรงค์ กลั่นวารินทร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.3040/2557

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1506/2542ฎีกา 171/2513ฎีกา 6789/2541ฎีกา 5610/2548ฎีกา 5801/2538ฎีกา 3808/2526ฎีกา 3581/2538ฎีกา 6193/2551ฎีกา 945/2504ฎีกา 1368/2510ฎีกา 616-617/2490ฎีกา 1388/2500ฎีกา 3781/2545ฎีกา 684/2488ฎีกา 1763/2551ฎีกา 1427/2514ฎีกา 403/2530ฎีกา 1897/2512ฎีกา 1646/2519ฎีกา 39/2524ฎีกา 161/2507ฎีกา 1818/2543ฎีกา 2824/2538ฎีกา 1485/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา