⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3639/2559

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3639/2559

พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ม.4, 7, 8 ฯลฯ · ป.อาญา ม.29, 30, 32 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลได้วินิจฉัยชี้ขาดประเด็นแห่งคดีในส่วนที่เกี่ยวกับของกลางแล้ว คู่ความจะร้องขอให้วินิจฉัยประเด็นดังกล่าวอีกในคดีเดียวกันหรือคดีอื่นที่เกี่ยวเนื่องกันไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

คำขอของโจทก์ที่ขอให้ริบรถจักรยานยนต์ของกลางปรากฏจากคำพิพากษาของศาลชั้นต้นตามคดีหมายเลขแดงที่ 2221/2552 ท้ายคำร้องอุทธรณ์คำสั่งขอปล่อยชั่วคราวว่า โจทก์เคยมีคำขอให้ริบรถของกลางดังกล่าวและศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกคำขอให้ริบรถจักรยานยนต์ของกลางมาแล้ว ถ้าโจทก์ไม่เห็นด้วยก็ชอบที่จะอุทธรณ์ในคดีดังกล่าว เมื่อคดีนี้กับคดีหมายเลขแดงที่ 2221/2552 เดิมเป็นคู่ความรายเดียวกัน ส่วนที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้แยกฟ้องเป็นวิธีพิจารณาความเพื่อความสะดวกในการพิจารณาคดีเท่านั้น การที่โจทก์ยื่นคำขอให้ริบของกลางในคดีก่อนและคดีนี้เป็นการอ้างเหตุเดียวกัน เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษายกคำขอให้ริบรถจักรยานยนต์ของกลางในคดีก่อน จึงเป็นการวินิจฉัยชี้ขาดคดีในประเด็นเรื่องของกลางแล้ว โจทก์จึงต้องห้ามมิให้ร้องขอให้ริบรถจักรยานยนต์ของกลางในคดีนี้อีกตาม ป.วิ.พ. มาตรา 144 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 และ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 3 ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยและพิพากษาในส่วนที่เกี่ยวกับรถจักรยานยนต์ของกลางมาจึงไม่ชอบ ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้คู่ความมิได้ฎีกา ศาลฎีกาก็ยกขึ้นวินิจฉัยได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 และ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 3

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.144 ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 ประมวลกฎหมายอาญา ม.30 ประมวลกฎหมายอาญา ม.32 ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.4 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.7 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.8 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.15 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.26 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.66 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.76 พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 ม.3

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 26, 66, 76, 76/1, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83, 91 ริบรถจักรยานยนต์ของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง แต่ให้ริบรถจักรยานยนต์ของกลาง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 26 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคสอง, 76 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 10 ปี และปรับ 550,000 บาท ฐานมีกัญชาไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 8 เดือน รวมจำคุก 10 ปี 8 เดือน และปรับ 550,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 หากต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขังได้เกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี ไม่ริบรถจักรยานยนต์ของกลางและคืนให้แก่เจ้าของ จำเลยฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังว่า จ่าสิบตำรวจสมเกียรติได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า จะมีผู้มาส่งมอบยาเสพติดให้โทษที่บริเวณสามแยกบ้านน้ำตก ตำบลปาเสมัส อำเภอสุไหงโก - ลก จังหวัดนราธิวาส ร้อยตำรวจโทกุลนริศร์ จ่าสิบตำรวจสมเกียรติกับพวกจึงเดินทางไปดักซุ่มที่บริเวณดังกล่าว ต่อมาจำเลยขับรถจักรยานยนต์โดยมีนางสาวนูรีย๊ะ พี่สาวจำเลยนั่งซ้อนท้ายและเด็ก 2 คน ซึ่งเป็นบุตรของจำเลยนั่งมาด้วย เมื่อมาถึงจุดที่เจ้าพนักงานตำรวจดักซุ่ม เจ้าพนักงานตำรวจจึงเรียกให้หยุดรถและขอตรวจค้นที่ใต้เบาะนั่งของรถจักรยานยนต์ พบถุงพลาสติกสีฟ้า 2 ถุง บรรจุเมทแอมเฟตามีนรวม 373 เม็ด และกัญชา 1 แท่ง ห่อด้วยกระดาษฟอยล์จึงยึดยาเสพติดให้โทษและรถจักรยานยนต์เป็นของกลาง ชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน จำเลยให้การปฏิเสธ ส่วนนางสาวนูรีย๊ะให้การรับสารภาพ ชั้นพิจารณานางสาวนูรีย๊ะให้การรับสารภาพ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นให้โจทก์แยกฟ้องจำเลยและพิพากษาลงโทษนางสาวนูรีย๊ะตามฟ้อง ตามสำเนาคำพิพากษาท้ายคำร้องอุทธรณ์คำสั่งขอปล่อยชั่วคราว มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยร่วมกับนางสาวนูรีย๊ะกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือไม่ ประการแรก ทางนำสืบของโจทก์ไม่ปรากฏว่า ก่อนเกิดเหตุ แหล่งข่าวที่แจ้งแก่จ่าสิบตำรวจสมเกียรติได้ระบุชื่อจำเลยว่าเป็นคนร้ายที่จะไปส่งมอบยาเสพติดให้โทษ ประการที่สอง โจทก์นำสืบได้เพียงว่า จำเลยเป็นผู้ขับรถจักรยานยนต์ที่ซุกซ่อนยาเสพติดให้โทษของกลาง โดยมิได้นำสืบให้ได้แน่ชัดในเบื้องต้นว่า จำเลยเป็นเจ้าของหรือครอบครองรถจักรยานยนต์ของกลางก่อนเกิดเหตุ หรือนำสืบให้ได้แน่ชัดต่อมาว่าจำเลยรู้เห็นการซุกซ่อนยาเสพติดให้โทษของกลางตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุและประการที่สามข้อเท็จจริงที่ฟังได้ว่า จำเลยเป็นผู้ขับรถจักรยานยนต์ที่ซุกซ่อนยาเสพติดให้โทษของกลางและจำเลยเป็นน้องสาวของนางสาวนูรีย๊ะซึ่งเป็นผู้กระทำความผิดตามฟ้องนั้น ก็ยังไม่อาจบ่งชี้ได้แน่ชัดว่า จำเลยรู้เห็นการซุกซ่อนยาเสพติดให้โทษและมีเจตนาร่วมกระทำความผิดหรือสนับสนุนการกระทำความผิดของนางสาวนูรีย๊ะ ทั้งไม่ปรากฏพฤติการณ์อื่นที่จะบ่งชี้ได้เช่นนั้น กลับปรากฏพฤติการณ์ในขณะเจ้าพนักงานตำรวจเรียกให้หยุดรถและขอตรวจค้นว่า จำเลยยอมหยุดรถจักรยานยนต์โดยดีและพฤติการณ์ในขณะเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมว่า จำเลยและนางสาวนูรีย๊ะให้การปฏิเสธในทันทีว่าจำเลยมิได้ร่วมกระทำความผิดกับนางสาวนูรีย๊ะ ส่วนที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุม 2 ปากเบิกความสอดคล้องต้องกันและยึดยาเสพติดให้โทษของกลางได้ที่ใต้เบาะนั่งของรถจักรยานยนต์ของกลางในขณะที่จำเลยขับ ตามพฤติการณ์จึงน่าเชื่อว่าจำเลยร่วมกระทำความผิดกับนางสาวนูรีย๊ะนั้น เห็นว่า คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์อ้างเพียงน่าเชื่อว่าจำเลยกระทำความผิด มิได้ถึงขนาดแน่ใจว่าจำเลยร่วมกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคหนึ่ง พยานหลักฐานของโจทก์จึงมีความสงสัยตามสมควรว่า จำเลยเป็นคนร้ายร่วมกระทำความผิดหรือสนับสนุนการกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้แก่จำเลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง ประกอบพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 3 จึงฟังไม่ได้ว่า จำเลยกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และไม่จำต้องวินิจฉัยพยานหลักฐานของจำเลยต่อไป อนึ่ง สำหรับคำขอของโจทก์ที่ขอให้ริบรถจักรยานยนต์ของกลางนั้น ปรากฏจากคำพิพากษาของศาลชั้นต้นตามคดีหมายเลขแดงที่ 2221/2552 ท้ายคำร้องอุทธรณ์คำสั่งขอปล่อยชั่วคราวว่า โจทก์เคยมีคำขอให้ริบของกลางและศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกคำขอให้ริบรถจักรยานยนต์ของกลางมาแล้ว ถ้าโจทก์ไม่เห็นด้วยก็ชอบที่จะอุทธรณ์ในคดีดังกล่าว เมื่อคดีนี้กับคดีหมายเลขแดงที่ 2221/2552 เดิมเป็นคู่ความรายเดียวกัน ส่วนการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้แยกฟ้องเป็นวิธีพิจารณาความเพื่อความสะดวกในการพิจารณาคดีเท่านั้น การที่โจทก์ยื่นคำขอให้ริบของกลางในคดีก่อนและคดีนี้เป็นการอ้างเหตุเดียวกัน เมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกคำขอให้ริบรถจักรยานยนต์ของกลางในคดีก่อน จึงเป็นการวินิจฉัยชี้ขาดคดีในประเด็นเรื่องของกลางแล้ว โจทก์จึงต้องห้ามมิให้ร้องขอให้ริบรถจักรยานยนต์ของกลางในคดีนี้อีก ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 และพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 3 ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยและพิพากษาในส่วนที่เกี่ยวกับรถจักรยานยนต์ของกลางมานั้นจึงไม่ชอบ ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้คู่ความมิได้ฎีกา ศาลฎีกาก็ยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 และพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 3 พิพากษากลับให้ยกฟ้องและยกคำขอให้ริบรถจักรยานยนต์ของกลาง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3639/2559 พนักงานอัยการจังหวัดนราธิวาส โจทก์ นางสาวโนไอนิงหรือโนรไอนิง บินเจ๊ะโซ๊ะ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนราธิวาส · จำเลย - นางสาวโนไอนิงหรือโนรไอนิง บินเจ๊ะโซ๊ะ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เอกชัย เหลี่ยมไพศาล · นิพนธ์ ใจสำราญ · ไมตรี สุเทพากุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนราธิวาส - นายชัชวาล สวัสดิสาระ · ศาลอุทธรณ์ - นายเศกสิทธิ์ สุขใจ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.3141/2558

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 99/2541ฎีกา 1089/2559ฎีกา 2530/2527ฎีกา 9647/2557ฎีกา 7651/2552ฎีกา 4180/2548ฎีกา 2147/2521ฎีกา 861/2521ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 605/2511ฎีกา 647/2563ฎีกา 8297/2540ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2766/2546ฎีกา 7601/2540ฎีกา 6321/2544ฎีกา 239/2484ฎีกา 11/2539ฎีกา 34/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา