⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 562/2559

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 562/2559

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อทรัพย์สินของผู้เสียหาย จนผู้เสียหายจำต้องยอมให้ทรัพย์สินแก่ผู้กระทำความผิด ถือเป็นความผิดฐานกรรโชกสำเร็จแล้ว แม้ผู้เสียหายจะยังไม่ได้มอบทรัพย์สินให้แก่ผู้กระทำความผิดก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

การที่ผู้เสียหายทั้งสี่ยินยอมมอบเงินค่าไถ่รถยนต์ของผู้เสียหายทั้งสี่ให้แก่ ว. ผู้รับจำนำ ซึ่งรับจำนำรถยนต์ของผู้เสียหายทั้งสี่รวม 10 คัน ไว้จาก บ. โดยมิชอบ ตามที่ ว. ขู่ผู้เสียหายที่ 1 ถึงที่ 3 ผ่าน อ. ภริยาของ บ. ทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ว่า หากผู้เสียหายที่ 1 ถึงที่ 3 ไม่ยอมให้เงินค่าไถ่รถยนต์แก่ ว. ผู้เสียหายที่ 1 ถึงที่ 3 จะไม่ได้รถยนต์ของผู้เสียหายที่ 1 ถึงที่ 3 คืน และ ว. ยังขู่ผู้เสียหายที่ 4 ทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ในขณะต่อรองราคาค่าไถ่ว่าถ้าผู้เสียหายที่ 4 ไม่เอาราคานี้ก็ไม่ต้องเอา โดยจะนำรถของผู้เสียหายที่ 4 ไปแยกย่อยเอง ถือเป็นการขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อทรัพย์สินดังกล่าวของผู้เสียหายทั้งสี่ จนผู้เสียหายทั้งสี่จำต้องยินยอมจะให้เงินแก่ ว. เป็นค่าไถ่รถยนต์ตามที่ถูกข่มขืนใจ การกระทำของ ว. ย่อมครบองค์ประกอบความผิดฐานกรรโชกแล้ว แม้ผู้เสียหายทั้งสี่จะยังไม่ได้มอบเงินค่าไถ่รถยนต์ให้แก่ ว. จำเลยที่ 1 รับมอบหมายจาก ว. ให้มารับเงินค่าไถ่รถยนต์จากผู้เสียหายทั้งสี่หลังจากนั้น จึงมิใช่เป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกก่อนหรือขณะกระทำความผิดฐานกรรโชก เพราะการกระทำความผิดฐานกรรโชกของ ว. ได้สำเร็จเด็ดขาดไป ทั้งความผิดฐานกรรโชกมิได้มีกฎหมายบัญญัติไว้ให้ผู้เป็นคนกลางติดต่อรับมอบทรัพย์จากการกรรโชกหลังจากการกระทำความผิดสำเร็จ เป็นความผิดที่ต้องรับโทษ จึงไม่อาจลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานกรรโชกตาม ป.อ. มาตรา 86 ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 337, 352 ให้จำเลยทั้งสองคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ค่าไถ่แก่ผู้เสียหายที่ 1 จำนวน 110,000 บาท ผู้เสียหายที่ 2 จำนวน 510,000 บาท ผู้เสียหายที่ 3 จำนวน 120,000 บาท และผู้เสียหายที่ 4 จำนวน 745,000 บาท จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 337 วรรคแรก ประกอบมาตรา 86 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 รวม 4 กระทง ลงโทษจำคุกกระทงละ 2 ปี รวมเป็นจำคุก 8 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า จำเลยที่ 1 กระทำความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานกรรโชกตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือไม่ เห็นว่า การที่ผู้เสียหายทั้งสี่ยินยอมมอบเงินค่าไถ่รถยนต์ของผู้เสียหายทั้งสี่ให้แก่นายวิศิษฏ์ผู้รับจำนำซึ่งรับจำนำรถยนต์ของผู้เสียหายทั้งสี่รวม 10 คัน ไว้จากนายบุญมาโดยมิชอบตามที่นายวิศิษฏ์ขู่ผู้เสียหายที่ 1 ถึงที่ 3 ผ่านนางอัมพรภริยาของนายบุญมาทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ของนางอัมพรว่า หากผู้เสียหายที่ 1 ถึงที่ 3 ไม่ยอมให้เงิน ค่าไถ่รถยนต์แก่นายวิศิษฏ์ ผู้เสียหายที่ 1 ถึงที่ 3 จะไม่ได้รถยนต์ของผู้เสียหายที่ 1 ถึงที่ 3 คืน และนายวิศิษฏ์ก็ยังพูดขู่ผู้เสียหายที่ 4 ทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้เสียหายที่ 4 ในขณะที่ต่อรองราคาค่าไถ่ว่าถ้าผู้เสียหายที่ 4 ไม่เอาราคานี้ก็ไม่ต้องเอา โดยจะนำรถของผู้เสียหายที่ 4 ไปแยกย่อยเอง อันถือเป็นการขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อทรัพย์สินดังกล่าวของผู้เสียหายทั้งสี่ จนผู้เสียหายทั้งสี่จำต้องยินยอมที่จะให้เงินแก่นายวิศิษฏ์เป็นค่าไถ่รถยนต์ตามที่ถูกข่มขืนใจ การกระทำของนายวิศิษฏ์ย่อมครบองค์ประกอบความผิดฐานกรรโชกแล้ว แม้ผู้เสียหายทั้งสี่จะยังไม่ได้มอบเงินค่าไถ่รถยนต์ให้แก่นายวิศิษฏ์ไปก็ตาม ฉะนั้นการที่จำเลยที่ 1 ซึ่งรับมอบหมายจากนายวิศิษฏ์ให้มารับเงินค่าไถ่รถยนต์จากผู้เสียหายทั้งสี่หลังจากนั้น จึงมิใช่เป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกก่อนหรือขณะกระทำความผิดฐานกรรโชก เพราะการกระทำความผิดฐานกรรโชกของนายวิศิษฏ์ผู้รับจำนำได้สำเร็จเด็ดขาดไปแล้ว อีกทั้งความผิดฐานกรรโชกมิได้มีกฎหมายบัญญัติไว้ให้ผู้เป็นคนกลางติดต่อรับมอบทรัพย์จากการกรรโชกหลังจากการกระทำความผิดสำเร็จแล้วเป็นความผิดต้องรับโทษ ดังนี้ จึงไม่อาจลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานกรรโชกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 ได้ ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่า จำเลยที่ 1 กระทำความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานกรรโชกตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยบางส่วน ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานกรรโชกเสียด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 562/2559 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายกระแสสินธุ์ ต.ประยูร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นายกระแสสินธุ์ ต.ประยูร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชาย สินเกษม · ประทีป ดุลพินิจธรรมา · ทรงศิลป์ ธรรมรัตน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญาธนบุรี - นายทวีศักดิ์ สายสุวรรณนที · ศาลอุทธรณ์ - นางสาวฉวีวรรณ แม้นโชติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.3446/2558
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา