⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5970/2561

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5970/2561

พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ม.4, 7, 8 ฯลฯ · ป.อาญา ม.29, 30, 53 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ฟ้องโจทก์ที่ไม่ได้อ้างบทกฎหมายที่บัญญัติว่าการกระทำนั้นเป็นความผิดและบทลงโทษ เป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์และศาลจะลงโทษจำเลยในความผิดนั้นไม่ได้ เว้นแต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยที่ศาลยกขึ้นวินิจฉัยเองได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 2 กระทำความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีน แต่คำขอท้ายฟ้องไม่ได้อ้างมาตรา 57 และมาตรา 91 แห่ง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ซึ่งเป็นบทความผิดและบทลงโทษมาด้วย ดังนั้น ฟ้องโจทก์จึงขาดการอ้างมาตราในกฎหมายซึ่งบัญญัติว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นความผิดตามที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.อ. มาตรา 158 (6) ประกอบ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 3 จึงเป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์สำหรับการกระทำความผิดฐานนี้ และลงโทษจำเลยที่ 2 ในความผิดฐานนี้ไม่ได้ ปัญหานี้แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา แต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 และ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 3

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 ประมวลกฎหมายอาญา ม.30 ประมวลกฎหมายอาญา ม.53 ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.4 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.7 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.8 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.15 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.57 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.66 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.91 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.100 พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 ม.3

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 100/1, 102 ริบของกลาง จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีน ส่วนข้อหาร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคสาม ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 57, 91 การกระทำของจำเลยที่ 2 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุกจำเลยทั้งสองตลอดชีวิต และปรับคนละ 1,000,000 บาท ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 6 เดือน จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 25 ปี และปรับ 500,000 บาท ในส่วนของจำเลยที่ 2 ความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ทางนำสืบของจำเลยที่ 2 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 37 ปี 6 เดือน และปรับ 750,000 บาท และความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 จำคุก 3 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 37 ปี 9 เดือน และปรับ 750,000 บาท หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 โดยให้กักขังแทนค่าปรับเกินหนึ่งปีแต่ไม่เกินสองปี ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษาแก้เป็นว่า ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2 ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย คงจำคุกจำเลยที่ 2 ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน 3 เดือน ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สำหรับความผิดของจำเลยที่ 1 ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย คู่ความไม่อุทธรณ์ จึงยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายหรือไม่ เห็นว่า คำเบิกความของพยานโจทก์ทั้งสองปากซึ่งอ้างถึงเหตุการณ์ตั้งแต่ก่อนจับกุมจนนำไปสู่การจับกุมจำเลยทั้งสองได้ในที่เกิดเหตุและมีการยึดเมทแอมเฟตามีนชนิดผลึกใสของกลางได้จากจำเลยที่ 1 สอดคล้องกับคำเบิกความของจำเลยที่ 1 ที่รับว่าจำเลยที่ 1 เดินทางมาที่เกิดเหตุเพื่อส่งมอบเมทแอมเฟตามีนชนิดผลึกใสให้แก่ผู้ซื้อ ทั้งยังสอดคล้องกับคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยทั้งสอง ซึ่งจำเลยทั้งสองให้การไว้ว่า มีการยึดเมทแอมเฟตามีนชนิดผลึกใสของกลางได้ที่ในกำมือของจำเลยที่ 1 ประกอบกับพฤติการณ์ที่จำเลยที่ 2 ขับรถพาจำเลยที่ 1 ไปยังที่เกิดเหตุในเวลากลางดึกและยังลงจากรถเดินไปยังร้านติดตั้งเครื่องเสียงรถยนต์ซึ่งเป็นจุดนัดหมายส่งมอบเมทแอมเฟตามีนชนิดผลึกใสกับจำเลยที่ 1 โดยเมทแอมเฟตามีนชนิดผลึกใสที่บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกที่จำเลยที่ 1 กำไว้ในมือก็มีขนาดใหญ่พอสมควร สามารถสังเกตเห็นได้โดยง่าย ตามภาพถ่ายเอกสาร แนบท้ายคำร้องฝากขังครั้งที่ 1 ความผิดฐานจำหน่ายยาเสพติดเป็นการกระทำผิดกฎหมายมีอัตราโทษสูง จำเลยที่ 1 ต้องปกปิดการกระทำความผิดไม่ให้ผู้อื่นล่วงรู้ หากจำเลยที่ 2 ไม่ได้ร่วมเป็นตัวการกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 คงไม่ให้จำเลยที่ 2 ไปร่วมรู้เห็นด้วย โดยให้เป็นผู้ขับรถพาจำเลยที่ 1 ไปยังที่เกิดเหตุ นอกจากนี้จำเลยที่ 2 ยังเสพเมทแอมเฟตามีนมาด้วยอันแสดงว่าเป็นผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด จากคำเบิกความของพยานโจทก์ทั้งสองปากประกอบกับพฤติการณ์แห่งคดีบ่งชี้ว่า จำเลยที่ 2 ร่วมรู้เห็นกับจำเลยที่ 1 ในการนำเมทแอมเฟตามีนชนิดผลึกใสไปส่งมอบให้แก่ผู้ซื้อจริง พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักมั่นคง ส่วนข้อที่จำเลยที่ 2 นำสืบอ้างว่า จำเลยที่ 2 ไม่รู้ว่าจำเลยที่ 1 จะนำเมทแอมเฟตามีนชนิดผลึกใสไปส่งมอบให้แก่ผู้ซื้อ เหตุที่ขับรถพาจำเลยที่ 1 มายังที่เกิดเหตุเพราะรุ่นน้องคือนางสาวน้ำหวาน ขอให้ขับรถไปส่ง ขัดแย้งกับคำเบิกความของจำเลยที่ 1 ซึ่งอ้างว่าจำเลยที่ 1 สนิทกับนางสาวน้ำหวาน ซึ่งเป็นน้องสาวของจำเลยที่ 2 และได้ขอให้นางสาวน้ำหวานช่วยหาคนขับรถไปส่งยังที่เกิดเหตุ ทั้งจำเลยที่ 2 ไม่ได้นำนางสาวน้ำหวานมาเบิกความสนับสนุน ข้ออ้างดังกล่าวจึงเลื่อนลอยไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง ส่วนที่จำเลยที่ 2 นำสืบอ้างว่าเหตุที่จำเลยที่ 2 เดินตามจำเลยที่ 1 ไปที่ร้านติดตั้งเครื่องเสียงรถยนต์เพราะต้องการดูตู้ปลาซึ่งตั้งอยู่ภายในร้านด้านหน้านั้น เห็นว่า ในชั้นสอบสวนจำเลยที่ 2 ไม่ได้ให้การเกี่ยวกับข้อเท็จจริงดังกล่าวไว้ ประกอบกับข้ออ้างดังกล่าวไม่สมเหตุสมผล ไม่มีน้ำหนักให้รับฟังเช่นกัน พยานหลักฐานของจำเลยที่ 2 ไม่อาจรับฟังหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุ จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 เดินทางนำเมทแอมเฟตามีนชนิดผลึกใสของกลางไปส่งมอบให้แก่ผู้ซื้อในที่เกิดเหตุ และถูกจับได้พร้อมเมทแอมเฟตามีนชนิดผลึกใสของกลาง อันเป็นความผิดฐานร่วมกันมียาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องในความผิดฐานนี้มานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น อนึ่ง โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 2 กระทำความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีน แต่ในคำขอท้ายฟ้องไม่ได้อ้างมาตรา 57 และมาตรา 91 แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ซึ่งเป็นบทความผิดและบทลงโทษมาด้วย ดังนั้น ฟ้องโจทก์จึงขาดการอ้างมาตราในกฎหมายซึ่งบัญญัติว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นความผิดตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (6) ประกอบพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 3 จึงเป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์สำหรับการกระทำความผิดฐานนี้ และลงโทษจำเลยที่ 2 ในความผิดฐานนี้ไม่ได้ ปัญหานี้แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา แต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 และพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน นอกจากที่แก้ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5970/2561 พนักงานอัยการจังหวัดฉะเชิงเทรา โจทก์ นาย ณ. กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดฉะเชิงเทรา · จำเลย - นาย ณ. กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สาคร ตั้งวรรณวิบูลย์ · รังสรรค์ ดวงพัตรา · ประทีป อ่าววิจิตรกุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นางสาวจุฑาวิริณี อาริยะวีรากูล · ศาลอุทธรณ์ - นายสถาพร ประสารวรรณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.3083/2560

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 99/2541ฎีกา 1089/2559ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2530/2527ฎีกา 9647/2557ฎีกา 7651/2552ฎีกา 4180/2548ฎีกา 2147/2521ฎีกา 861/2521ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 7988/2551ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 605/2511ฎีกา 1220/2510ฎีกา 628/2493ฎีกา 647/2563ฎีกา 1294/2509ฎีกา 8297/2540ฎีกา 11720/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา