⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2545/2562

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2545/2562

ป.อาญา ม.29, 30, 32 ฯลฯ · พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ม.4, 7, 8 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอ้างว่าเจ้าพนักงานไม่ได้ขออนุญาตปฏิบัติการอำพรางก่อนการล่อซื้อ จะต้องเป็นข้อเท็จจริงที่ได้มีการนำสืบต่อสู้กันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ หากมีการยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาโดยไม่มีการสืบพยานในประเด็นดังกล่าวมาก่อน ถือเป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

แม้การขออนุญาตปฏิบัติการอำพรางตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 7 เป็นมาตรการในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างหนึ่ง อันเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ซึ่งศาลมีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้แม้ไม่มีฝ่ายใดยกขึ้นอุทธรณ์หรือฎีกาก็ตาม แต่ข้อเท็จจริงที่ว่าได้มีการขออนุญาตปฏิบัติการอำพรางหรือไม่ อันจะนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมายดังที่จำเลยอ้างนั้น จะต้องเป็นข้อเท็จจริงที่มีการนำสืบกันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ศาลจะหยิบยกข้อเท็จจริงตามที่จำเลยเพียงอ้างมาในฎีกามารับฟังว่าไม่มีการขออนุญาตปฏิบัติการอำพรางโดยไม่มีการสืบพยานหาได้ไม่ เมื่อคดีนี้จำเลยไม่ได้นำสืบต่อสู้ในประเด็นว่าเจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมไม่ได้ขออนุญาตปฏิบัติการอำพรางก่อนการล่อซื้อ ทั้งในขณะโจทก์นำพยานเข้าสืบ ทนายจำเลยไม่ได้ถามค้านในประเด็นดังกล่าวไว้ ทั้งนี้ เพื่อให้โอกาสพยานโจทก์เบิกความถึงข้อเท็จจริงดังกล่าวว่าเป็นเช่นไร จึงเป็นข้อเท็จจริงที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ และเป็นข้อเท็จจริงจำเลยที่เพิ่งจะยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกา จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง (เดิม) ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะที่โจทก์ยื่นฟ้อง ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 และ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 3

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 ประมวลกฎหมายอาญา ม.30 ประมวลกฎหมายอาญา ม.32 ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.4 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.7 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.8 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.15 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.57 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.66 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.91 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.100 พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 ม.3 พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 ม.7

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.30 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 57, 66, 91, 100/1, 102 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 72 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 91 ริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพในข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีนและข้อหามีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ส่วนข้อหาอื่นให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 57, 91 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 72 วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุก 6 เดือน และปรับ 10,000 บาท ฐานมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ปรับ 6,800 บาท รวมจำคุก 6 เดือน และปรับ 16,800 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน และปรับ 8,400 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี คุมความประพฤติจำเลยเป็นเวลา 1 ปี โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้ง ภายในกำหนด 1 ปี และให้กระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่จำเลยและพนักงานคุมประพฤติเห็นสมควรเป็นเวลา 24 ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบกระสุนปืนของกลาง คืนโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลางให้แก่เจ้าของ ข้อหาและคำขออื่นให้ยก โจทก์อุทธรณ์ สำหรับความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีน อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีศาลสูงภาค 3 ซึ่งอัยการสูงสุดได้มอบหมาย รับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทซึ่งแต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากันให้ลงโทษฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนเพียงบทเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 4 ปี คำให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสี่ จำคุก 3 ปี ฐานมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ปรับ 900 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ปรับ 450 บาท รวมกับโทษฐานอื่นที่ศาลชั้นต้นกำหนดแล้วเป็นจำคุก 3 ปี 3 เดือน และปรับ 450 บาท ไม่ปรับฐานเสพเมทแอมเฟตามีน ไม่รอการลงโทษ และไม่คุมความประพฤติ ริบโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่รับฟังเป็นยุติในชั้นฎีกามีว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง พันตำรวจตรีบำรุง ดาบตำรวจประจักร และจ่าสิบตำรวจบัวพันธ์ ร่วมกันจับกุมจำเลยพร้อมยึดเมทแอมเฟตามีน 1 เม็ด น้ำหนัก 0.095 กรัม ธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อเป็นเงิน 300 บาท โทรศัพท์เคลื่อนที่ 1 เครื่อง และกระสุนปืน ขนาด 9 มิลลิเมตร 30 นัด เป็นของกลาง กล่าวหาจำเลยว่าเสพเมทแอมเฟตามีน มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน กับมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยในประการแรกว่า การที่เจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมไม่ได้ขออนุญาตปฏิบัติการอำพรางต่อผู้บังคับบัญชาก่อนการล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยตามที่กฎหมายกำหนดนั้น พยานหลักฐานในส่วนนี้นำมารับฟังได้หรือไม่ เห็นว่า แม้การขออนุญาตปฏิบัติการอำพรางตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 7 เป็นมาตรการในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างหนึ่ง อันเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ซึ่งศาลมีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้แม้ไม่มีฝ่ายใดยกขึ้นอุทธรณ์หรือฎีกาก็ตาม แต่ข้อเท็จจริงที่ว่าได้มีการขออนุญาตปฏิบัติการอำพรางหรือไม่ อันจะนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมายดังที่จำเลยอ้างนั้น จะต้องเป็นข้อเท็จจริงที่มีการนำสืบกันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ศาลจะหยิบยกข้อเท็จจริงตามที่จำเลยเพียงอ้างมาในฎีกามารับฟังว่าไม่มีการขออนุญาตปฏิบัติการอำพรางโดยไม่มีการสืบพยานหาได้ไม่ เมื่อคดีนี้จำเลยไม่ได้นำสืบต่อสู้ในประเด็นว่าเจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมไม่ได้ขออนุญาตปฏิบัติการอำพรางก่อนการล่อซื้อ ทั้งในขณะโจทก์นำพยานเข้าสืบ ทนายความจำเลยก็ไม่ได้ถามค้านในประเด็นดังกล่าวไว้ ทั้งนี้ เพื่อให้โอกาสพยานโจทก์เบิกความถึงข้อเท็จจริงดังกล่าวว่าเป็นเช่นไร จึงเป็นข้อเท็จจริงที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์และเป็นข้อเท็จจริงที่จำเลยเพิ่งจะยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกา ฎีกาข้อนี้ของจำเลยจึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง (เดิม) ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะที่โจทก์ยื่นฟ้องประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 และพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 3 ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยในประการต่อไปว่า จำเลยกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนตามที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามาหรือไม่ เมื่อพิเคราะห์พยานโจทก์ทั้งสามซึ่งไม่เคยรู้จักจำเลยมาก่อน และเหตุที่พยานโจทก์ทั้งสามกับพวกเดินทางไปที่บ้านจำเลยนั้น ก็เพราะจำเลยนัดให้สายลับมารับเมทแอมเฟตามีนที่บ้านจำเลยที่เกิดเหตุตามที่ได้มีการนัดหมายและล่อซื้อ ขณะเกิดเหตุเป็นเวลากลางวันพันตำรวจตรีบำรุง และดาบตำรวจประจักรซึ่งซุ่มดูเหตุการณ์ห่างออกไปเพียง 10 เมตร ย่อมเห็นเหตุการณ์โดยตลอด ทั้งต่อมายังสามารถตรวจยึดธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อได้จากภายในห้องนอนจำเลย ซึ่งจำเลยก็นำสืบรับว่า เจ้าพนักงานตำรวจตรวจพบธนบัตรที่ใช้ล่อซื้ออยู่ที่โต๊ะข้างเตียงนอนจำเลยจริง เพียงแต่อ้างว่านายสาโรจน์ นำมาวางไว้หลังตู้เย็นขณะจำเลยอยู่ในห้องน้ำ จำเลยจึงหยิบมาวางไว้ที่โต๊ะข้างเตียงนอน อันเจือสมกับที่พยานโจทก์ทั้งสามเบิกความ นอกจากนี้โจทก์ยังมีร้อยตำรวจเอกราชันย์ พนักงานสอบสวนเบิกความสนับสนุนว่า พยานเป็นผู้สอบคำให้การจำเลย ซึ่งจำเลยให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และในคำให้การดังกล่าวก็มีรายละเอียดเกี่ยวกับตัวจำเลย การกระทำความผิดของจำเลยรวมทั้งบุคคลที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ในชั้นสอบสวนจำเลยยังนำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพ โดยมีการยืนยันข้อเท็จจริงว่า จำเลยเป็นผู้นำเมทแอมเฟตามีนไปวางไว้บนตู้เย็นแล้วสายลับนำเงินที่ใช้ล่อซื้อให้กับจำเลย จึงเชื่อว่าจำเลยให้การรับสารภาพโดยสมัครใจและในขณะให้การจำเลยมีสติสัมปชัญญะรู้ดีถึงการกระทำทั้งหมดของตน มิใช่เกิดจากความมึนเมาในยาเสพติดที่จำเลยเสพในวันนั้นและถูกเจ้าพนักงานตำรวจหลอกหรือจูงใจดังที่จำเลยอ้าง ส่วนที่จำเลยฎีกาว่าพยานโจทก์ผู้ร่วมจับกุมเบิกความว่าได้นำธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อไปถ่ายสำเนาและลงบันทึกประจำวันก่อนที่จะมีการล่อซื้อ ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ทราบว่าจะล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยได้หรือไม่และเป็นจำนวนเท่าใด เห็นว่า ข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นเพียงรายละเอียด ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดวิสัย สาระสำคัญอยู่ที่พบธนบัตรที่ใช้ล่อซื้ออยู่กับจำเลยหลังจากมีการล่อซื้อ ที่จำเลยฎีกาต่อมาว่า จำเลยไม่ได้ขับรถยนต์มาในที่เกิดเหตุดังที่พยานโจทก์ให้การไว้ในชั้นสอบสวนแล้ว มีการขีดข้อความ "จอดรถและลงจากรถ" ออก แต่มาเบิกความในชั้นพิจารณาว่าจำเลยขับรถยนต์มาส่งเมทแอมเฟตามีนให้แก่สายลับนั้น เห็นว่า ข้อเท็จจริงส่วนนี้จำเลยเพียงกล่าวอ้างลอย ๆ ไม่มีพยานสนับสนุน เมื่อพยานโจทก์ผู้จับกุมเบิกความยืนยันตรงกันว่าจำเลยขับรถยนต์มาในที่เกิดเหตุ ส่วนการขีดฆ่าข้อความในบันทึกคำให้การ ร้อยตำรวจเอกราชันย์เป็นผู้ขีดฆ่าข้อความและลงลายมือกำกับไว้ ซึ่งทนายจำเลยก็ไม่ได้ถามค้านร้อยตำรวจเอกราชันย์เพื่อให้อธิบายในส่วนนี้ไว้ จึงไม่เป็นพิรุธ และการที่พยานโจทก์มิได้ยึดรถยนต์ที่จำเลยขับมาก็ดี กับการที่ไม่มีการถ่ายรูปในขณะที่มีการส่งมอบเมทแอมเฟตามีนก็ดี รวมทั้งการที่ไม่เข้าจับกุมทันทีในขณะนั้นก็ดี ล้วนเป็นเรื่องดุลพินิจและวิธีปฏิบัติของเจ้าพนักงานในขณะเกิดเหตุ มิใช่เป็นเรื่องผิดปกติและทำให้พยานโจทก์ที่นำสืบมาไม่น่าเชื่อถือดังที่จำเลยฎีกามาเสมอไปไม่ จากเหตุผลดังวินิจฉัยข้างต้น พยานโจทก์ที่นำสืบมาจึงฟังได้แล้วว่าจำเลยมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน ดังที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามา ส่วนฎีกาข้ออื่น ไม่เป็นสาระอันควรแก่การวินิจฉัย เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2545/2562 พนักงานอัยการจังหวัดสุรินทร์ โจทก์ นาย ว. จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสุรินทร์ · จำเลย - นาย ว.
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วันทนี กีรติพิบูล · สมชาติ ธัญญาวินิชกุล · สมเกียรติ ตั้งสกุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุรินทร์ - นายมงคล อิ่มเจริญ · ศาลอุทธรณ์ - นายเริงศักดิ์ วิริยะชัยวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.1063/2561

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 1452/2511ฎีกา 99/2541ฎีกา 1089/2559ฎีกา 9647/2557ฎีกา 2409/2551ฎีกา 4180/2548ฎีกา 7988/2551ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 605/2511ฎีกา 14887/2551ฎีกา 1360/2544ฎีกา 647/2563ฎีกา 1666/2521ฎีกา 8297/2540ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2766/2546ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 239/2484ฎีกา 8444/2538ฎีกา 5806/2534ฎีกา 34/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา