⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4903/2565

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4903/2565

ป.อาญา ม.353, 354, 356 · ป.พ.พ. ม.1574 · ป.วิ.อาญา ม.39, 126

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การถอนคำร้องทุกข์ในความผิดอันยอมความได้ ซึ่งเป็นสิทธิเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้เยาว์ จะต้องได้รับความยินยอมจากผู้อนุบาลหรือผู้ปกครองที่ศาลตั้งให้กำกับการปกครองในส่วนที่เกี่ยวกับทรัพย์สินนั้น หากไม่ได้รับความยินยอม การถอนคำร้องทุกข์และการยอมความนั้นย่อมไม่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่เป็นเหตุให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไป

ย่อคำพิพากษา

คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 353 และมาตรา 354 ซึ่งมาตรา 356 ได้บัญญัติว่าเป็นความผิดอันยอมความได้ อีกทั้งการถอนคำร้องทุกข์เป็นสิทธิซึ่ง ป.วิ.อ. มาตรา 126 วรรคหนึ่ง บัญญัติให้สิทธิแก่ผู้ร้องทุกข์ที่จะถอนคำร้องทุกข์เสียเมื่อใดก็ได้ แต่การถอนคำร้องทุกข์อันจะเป็นเหตุให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (2) นั้นต้องเป็นการถอนคำร้องทุกข์โดยชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้นเมื่อสิทธิถอนคำร้องทุกข์ในความผิดฐานยักยอกถือเป็นสิทธิเกี่ยวกับทรัพย์สิน การที่ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดหนองบัวลำภูมีคำสั่งตั้ง น. เป็นผู้ปกครองของผู้เสียหายทั้งสาม และให้ตั้งผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดหนองบัวลำภูเป็นผู้กำกับการปกครองในส่วนที่เกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้เสียหายทั้งสาม แต่ น. กลับเข้าทำบันทึกข้อตกลงซึ่งมีข้อความว่า ผู้ปกครองผู้เสียหายทั้งสามถอนคำร้องทุกข์คดีนี้ อันเป็นการทำนิติกรรมเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้เสียหายทั้งสามซึ่งเป็นผู้เยาว์ โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดหนองบัวลำภูจึงเป็นการไม่ชอบ การแสดงเจตนาตามบันทึกข้อตกลงดังกล่าวจึงถือไม่ได้ว่าเป็นการแสดงเจตนาถอนคำร้องทุกข์โดยถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้การที่ น. ทำบันทึกข้อตกลงดังกล่าวอันมีลักษณะเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความโดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดหนองบัวลำภู จึงเป็นการไม่ชอบด้วย ป.พ.พ. มาตรา 1574 (12) ถือไม่ได้ว่าเป็นการยอมความกันโดยถูกต้องตามกฎหมาย สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์จึงไม่ระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (2)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.126 ประมวลกฎหมายอาญา ม.353 ประมวลกฎหมายอาญา ม.354 ประมวลกฎหมายอาญา ม.356 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1574

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.126 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.353 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.354 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 353, 354 กับให้จําเลยคืนเงิน 367,485.39 บาท และรถยนต์ที่ยังไม่ได้คืนหรือใช้ราคาแทนเป็นเงิน 450,000 บาท แก่ผู้เสียหายทั้งสาม จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จําเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 354 ประกอบมาตรา 353 การกระทําของจําเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จําคุกกระทงละ 4 ปี รวม 2 กระทง เป็นจําคุก 8 ปี จําเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจําคุก 4 ปี กับให้จําเลยคืนเงิน 367,485.39 บาท และรถยนต์ที่ยังไม่ได้คืนหรือใช้ราคาแทนเป็นเงิน 450,000 บาท แก่ผู้เสียหายทั้งสาม จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกกระทงละ 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 รวม 2 กระทง คงจำคุก 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์คดีนี้ระงับไปหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่าจำเลยกับผู้ปกครองผู้เสียหายทั้งสามตกลงกันตามสำเนาบันทึกข้อตกลง ซึ่งมีข้อความว่า ผู้ปกครองผู้เสียหายทั้งสามถอนคำร้องทุกข์คดีนี้ ในข้อนี้ได้ความตามสำนวนว่า เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2561 ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดหนองบัวลำภูมีคำสั่งตั้งนายอำพล เป็นผู้ปกครองของผู้เสียหายทั้งสาม และให้ตั้งผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดหนองบัวลำภู เป็นผู้กำกับการปกครองในส่วนที่เกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้เสียหายทั้งสาม แต่นายอำพลถึงแก่ความตาย เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2564 ต่อมาเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2565 ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดหนองบัวลำภูมีคำสั่งตั้งนางน้อย เป็นผู้ปกครองของผู้เสียหายทั้งสามและให้ตั้งผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดหนองบัวลำภูเป็นผู้กำกับการปกครองในส่วนที่เกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้เสียหายทั้งสาม จากนั้นนางน้อยและจำเลยทำบันทึกข้อตกลงขอถอนคำร้องทุกข์ ศาลชั้นต้นสอบถามโจทก์ จำเลย นางน้อย และนายธีระชัย พนักงานคุมประพฤติชำนาญการรักษาราชการแทนผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดหนองบัวลำภูได้ความตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้น ลงวันที่ 28 กันยายน 2565 ว่า นางน้อยทำบันทึกข้อตกลงขอถอนคำร้องทุกข์กับจำเลยโดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดหนองบัวลำภูและไม่ได้รับความยินยอมจากผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดหนองบัวลำภู เห็นว่า แม้คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353 และมาตรา 354 ซึ่งมาตรา 356 ได้บัญญัติว่าเป็นความผิดอันยอมความได้ อีกทั้งการถอนคำร้องทุกข์เป็นสิทธิซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 126 วรรคหนึ่ง บัญญัติให้สิทธิแก่ผู้ร้องทุกข์ที่จะถอนคำร้องทุกข์เสียเมื่อใดก็ได้ แต่การถอนคำร้องทุกข์อันจะเป็นเหตุให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2) นั้นต้องเป็นการถอนคำร้องทุกข์โดยชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้นเมื่อสิทธิถอนคำร้องทุกข์ในความผิดฐานยักยอกถือเป็นสิทธิเกี่ยวกับทรัพย์สิน การที่ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดหนองบัวลำภูมีคำสั่งตั้งนางน้อยเป็นผู้ปกครองของผู้เสียหายทั้งสาม และให้ตั้งผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดหนองบัวลำภูเป็นผู้กำกับการปกครองในส่วนที่เกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้เสียหายทั้งสาม แต่นางน้อยกลับเข้าทำบันทึกข้อตกลงซึ่งมีข้อความว่า ผู้ปกครองผู้เสียหายทั้งสามถอนคำร้องทุกข์คดีนี้ อันเป็นการทำนิติกรรมเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้เสียหายทั้งสามซึ่งเป็นผู้เยาว์ โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดหนองบัวลำภูจึงเป็นการไม่ชอบ การแสดงเจตนาตามบันทึกข้อตกลงดังกล่าวจึงถือไม่ได้ว่าเป็นการแสดงเจตนาถอนคำร้องทุกข์โดยถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้การที่นางน้อยทำบันทึกข้อตกลงดังกล่าวอันมีลักษณะเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความโดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดหนองบัวลำภู จึงเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1574 (12) ถือไม่ได้ว่าเป็นการยอมความกันโดยถูกต้องตามกฎหมาย สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์จึงไม่ระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2) ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4903/2565 พนักงานอัยการจังหวัดหนองบัวลำภู โจทก์ นาย ส. จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดหนองบัวลำภู · จำเลย - นาย ส.
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กมล คำเพ็ญ · ทรงพล สงวนพงศ์ · จรรยา จีระเรืองรัตนา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดหนองบัวลำภู - นายนพรัตน์ อภิวิมลลักษณ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายสุรชาญ พูลสวัสดิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.2573/2565

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4022/2558ฎีกา 2125-2126/2558ฎีกา 1656/2512ฎีกา 19406/2555ฎีกา 1124/2496ฎีกา 2252/2560ฎีกา 1979/2521ฎีกา 1499/2531ฎีกา 3595/2532ฎีกา 801/2503ฎีกา 70/2489ฎีกา 9076/2558ฎีกา 3259/2525ฎีกา 2532/2523ฎีกา 2379/2565ฎีกา 4541/2550ฎีกา 15230/2555ฎีกา 8651/2558ฎีกา 6241/2538ฎีกา 769-770/2539ฎีกา 178/2494ฎีกา 8404/2540ฎีกา 4903/2562ฎีกา 2927/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา