⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4273/2566

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4273/2566

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การถอนคำร้องทุกข์ในคดีอาญาที่กระทำความผิดร่วมกันนั้น มีผลเฉพาะผู้ที่ถูกถอนคำร้องทุกข์เท่านั้น ไม่มีผลกระทบต่อผู้ร่วมกระทำความผิดคนอื่น และการที่โจทก์ระบุว่ายังติดใจดำเนินคดีกับจำเลยอื่น แม้ข้อเท็จจริงจะคลาดเคลื่อนไปบ้าง ก็ไม่ทำให้สิทธิฟ้องคดีอาญาต่อจำเลยนั้นระงับไป

ย่อคำพิพากษา

แม้จำเลยกับ ก. ซึ่งเป็นจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ. 271/2563 ของศาลชั้นต้น ร่วมกันฉ้อโกงโจทก์ร่วม อันเป็นการกระทำความผิดในลักษณะตัวการร่วมกระทำความผิดด้วยกัน และเป็นการกระทำความผิดในครั้งคราวเดียวกันก็ตาม แต่คำร้องขอถอนคำร้องทุกข์ในคดีอาญาดังกล่าว โจทก์ร่วมระบุว่า โจทก์ร่วมและ ก. จำเลยในคดีดังกล่าวสามารถตกลงกันได้ โดย ก. นำเงินในส่วนที่ตนต้องรับผิดตามฟ้องชดใช้ให้แก่โจทก์ร่วมแล้ว โจทก์ร่วมไม่ประสงค์ที่จะดำเนินคดีแก่ ก. อีกต่อไปและขอถอนคำร้องทุกข์ จึงเป็นกรณีที่โจทก์ร่วมถอนคำร้องทุกข์เฉพาะ ก. สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปเป็นการเฉพาะตัว ก. ในคดีดังกล่าวเท่านั้น ไม่มีผลไปถึงจำเลยซึ่งร่วมกระทำความผิดด้วย ส่วนคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์ดังกล่าวที่ระบุว่า สำหรับจำเลยอื่นในคดีที่โจทก์แยกฟ้อง ซึ่งรวมถึงจำเลยในคดีนี้ โจทก์ร่วมยังติดใจดำเนินคดีและเรียกร้องค่าเสียหายส่วนที่ขาดอยู่ต่อไปนั้น แม้โจทก์ร่วมจะได้รับเงินคืนและได้รับเงินคืนครบถ้วนแล้ว อันทำให้คำร้องขอถอนคำร้องทุกข์ดังกล่าวที่อ้างว่าโจทก์ร่วมยังติดใจเรียกร้องค่าเสียหายส่วนที่ขาดอยู่ต่อไปนั้นไม่ตรงกับข้อเท็จจริงก็ตาม แต่ก็ไม่ใช่เงื่อนไขในการขอถอนคำร้องทุกข์จำเลยของโจทก์ร่วมอันจะเป็นเหตุให้เงื่อนไขนั้นเป็นไปไม่ได้หรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยและทำให้ถือว่าโจทก์ร่วมสละสิทธิฟ้องคดีอาญาต่อจำเลย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.341

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้เดิมศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 903/2564 ของศาลชั้นต้น แต่คดีดังกล่าวยุติไปแล้วตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 คงขึ้นมาสู่ศาลฎีกาเฉพาะคดีนี้ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 341, 343 กับให้จำเลยคืนเงิน 4,699,500 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา นายปรินทร์ ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์และโจทก์ร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 (เดิม) ประกอบมาตรา 83 จำคุก 3 ปี ทางนำสืบของจำเลย เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า สิทธินำคดีอาญามาฟ้องในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงระงับไปเนื่องจากโจทก์ร่วมถอนคำร้องทุกข์แล้วหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่าโจทก์ร่วมถอนคำร้องทุกข์ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.271/2563 ของศาลชั้นต้น ซึ่งนายกนกพล เป็นจำเลย ย่อมทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องคดีนี้ที่จำเลยถูกฟ้องว่าร่วมกับจำเลยในคดีดังกล่าวฉ้อโกงโจทก์ร่วมระงับไปด้วย เห็นว่า ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย จำเลยชอบที่จะหยิบยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 ปัญหานี้แม้ตามคำฟ้องและทางนำสืบของโจทก์กับโจทก์ร่วมได้ความว่าจำเลยกับนายกนกพลจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ. 271/2563 ของศาลชั้นต้น ร่วมกันฉ้อโกงโจทก์ร่วม อันเป็นการกระทำความผิดในลักษณะตัวการร่วมกระทำความผิดด้วยกัน และเป็นการกระทำความผิดในครั้งคราวเดียวกันก็ตาม แต่ตามสำเนาคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.271/2563 หมายเลขแดงที่ อ.837/2563 ของศาลชั้นต้น แนบท้ายฎีกา โจทก์ร่วมระบุว่า โจทก์ร่วมและนายกนกพล จำเลยในคดีดังกล่าวสามารถตกลงกันได้ โดยนายกนกพลนำเงินในส่วนที่ตนต้องรับผิดตามฟ้องชดใช้ให้แก่โจทก์ร่วมแล้ว โจทก์ร่วมไม่ประสงค์ที่จะดำเนินคดีแก่นายกนกพลอีกต่อไป และขอถอนคำร้องทุกข์ จึงเป็นกรณีที่โจทก์ร่วมถอนคำร้องทุกข์เฉพาะนายกนกพล สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปเป็นการเฉพาะตัวนายกนกพลในคดีดังกล่าวเท่านั้น ไม่มีผลไปถึงจำเลยซึ่งร่วมกระทำความผิดด้วย สำหรับคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์ดังกล่าวที่ระบุไว้ด้วยว่า สำหรับจำเลยอื่นในคดีที่โจทก์แยกฟ้อง ซึ่งรวมถึงจำเลยในคดีนี้ โจทก์ร่วมยังติดใจดำเนินคดีและเรียกร้องค่าเสียหายส่วนที่ขาดอยู่ต่อไปนั้น แม้โจทก์ร่วมจะได้รับเงินคืนดังที่จำเลยอ้างในฎีกา และโจทก์ร่วมยื่นคำแก้ฎีกาเป็นทำนองว่าโจทก์ร่วมได้รับเงินคืนครบถ้วนแล้ว อันทำให้คำร้องขอถอนคำร้องทุกข์ดังกล่าวที่อ้างว่าโจทก์ร่วมยังติดใจเรียกร้องค่าเสียหายส่วนที่ขาดอยู่ต่อไปนั้นไม่ตรงกับข้อเท็จจริงก็ตาม แต่ข้อเท็จจริงที่ว่าโจทก์ร่วมได้รับค่าเสียหายครบถ้วนแล้วหรือไม่ ไม่ใช่เงื่อนไขในการขอถอนคำร้องทุกข์จำเลยของโจทก์ร่วมอันจะเป็นเหตุให้เงื่อนไขนั้นเป็นไปไม่ได้หรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยและทำให้ถือว่าโจทก์ร่วมสละสิทธิฟ้องคดีอาญาต่อจำเลยดังที่จำเลยอ้างในฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์ร่วมได้รับเงินคืนจากจำเลยจำนวน 6,597,000 บาท และได้รับเงินคืนจากนายกนกพล 2,639,500 บาท ครบถ้วนเพื่อบรรเทาผลร้ายแล้ว และจำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อนเป็นทำนองว่าขอให้รอการลงโทษแก่จำเลยนั้น โจทก์ร่วมไม่โต้แย้งข้อเท็จจริงดังกล่าวมาในคำแก้ฎีกา ข้อเท็จจริงย่อมรับฟังได้ดังที่จำเลยอ้างในฎีกาอันนับได้ว่าจำเลยมีส่วนในการบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้นด้วย เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยรับโทษจำคุกมาก่อน เห็นควรให้โอกาสจำเลยได้กลับตนเป็นพลเมืองดีสักครั้งด้วยการรอการลงโทษจำคุกไว้ แต่เพื่อให้จำเลยหลาบจำ เห็นสมควรลงโทษปรับอีกสถานหนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ลงโทษจำคุกจำเลยไปเสียทีเดียวจึงหนักเกินไป ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพความผิดและพฤติการณ์แห่งคดี พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษปรับจำเลยเป็นเงิน 6,000 บาท อีกสถานหนึ่ง เมื่อลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงปรับ 4,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4273/2566 พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ โจทก์ นาย ป. โจทก์ร่วม นางสาว อ. จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ · โจทก์ร่วม - นาย ป. · จำเลย - นางสาว อ.
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สันติชัย วัฒนวิกย์กรรม์ · นพดล คชรินทร์ · ประสาร กีรานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายประหยัด มีมงคล · ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายมงคล แสงอรุณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.1649/2566

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1656/2512ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 19406/2555ฎีกา 2147/2521ฎีกา 861/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 2303/2518ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2766/2546ฎีกา 2936/2543ฎีกา 6863/2543ฎีกา 11/2539ฎีกา 635/2485
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา