⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 59/2567

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 59/2567

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์ว่าข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐานที่นำสืบฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้อื่นตามฟ้อง มิใช่อุทธรณ์โต้แย้งข้อเท็จจริงที่ขัดกับคำให้การรับสารภาพของจำเลย หรือเป็นการยกข้อเท็จจริงขึ้นใหม่ อันจะเป็นอุทธรณ์ที่ต้องห้ามตามกฎหมาย.

ย่อคำพิพากษา

ศาลสืบพยานหลักฐานของโจทก์ประกอบคำให้การรับสารภาพของจำเลยแล้ววินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า จำเลยใช้อาวุธมีดแทงโดยเจตนาฆ่าผู้เสียหายที่ 1 และพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นตามฟ้อง อุทธรณ์ของจำเลยที่ว่า จำเลยไม่มีเจตนาฆ่าผู้เสียหายที่ 1 โดยอ้างว่า อาวุธมีดที่จำเลยใช้แทงผู้เสียหายที่ 1 เป็นอาวุธมีดขนาดเล็กมีสภาพเก่า ด้ามมีดกับตัวมีดมีสภาพไม่สมบูรณ์ ไม่สามารถใช้ฆ่าผู้เสียหายที่ 1 ได้ อีกทั้งสภาพบาดแผลของผู้เสียหายที่ 1 เป็นบาดแผลขนาดเล็กซึ่งเป็นบาดแผลไม่รุนแรง ไม่สามารถทำให้ผู้เสียหายที่ 1 ถึงแก่ความตายได้ เป็นการอุทธรณ์อ้างว่า ข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายที่ 1 ตามฟ้อง มิใช่อุทธรณ์โต้เถียงข้อเท็จจริงที่ขัดกับคำให้การรับสารภาพของจำเลยหรือเป็นการยกข้อเท็จจริงขึ้นใหม่ อันจะเป็นอุทธรณ์ที่ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ.มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ประกอบ ป.วิ.อ.มาตรา 15 จำเลยมีสาเหตุบาดหมางและเคยพูดจาอาฆาตผู้เสียหายที่ 1 ว่าจะเอาให้ถึงตายมาก่อนจนมีการนัดหมายมาพบกันในวันเกิดเหตุ โดยจำเลยมีอาวุธมีดและสนับมือติดตัวมาด้วย เมื่อพบกันจำเลยก็เดินตรงเข้าไปข่มขู่พวกของผู้เสียหายที่ 1 ไม่ให้ช่วยเหลือ แล้วจำเลยวิ่งเงื้ออาวุธมีดเข้าแทงผู้เสียหายที่ 1 ทันทีโดยยังไม่ได้พูดจากัน จึงเป็นการกระทำโดยไตร่ตรองไว้ก่อนแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.176 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.289

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 80, 91, 288, 289, 295, 371 และริบของกลางทั้งหมด จำเลยให้การปฏิเสธ แต่ก่อนสืบพยานโจทก์ จำเลยถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4) ประกอบมาตรา 80, 295, 371 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จำคุกตลอดชีวิต ฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย จำคุก 1 ปี และฐานพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร ปรับ 1,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 ฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน คงจำคุก 25 ปี ฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย คงจำคุก 6 เดือน และฐานพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร คงปรับ 500 บาท รวมจำคุก 25 ปี 6 เดือน และปรับ 500 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 ฐานพยายามฆ่าผู้อื่น จำคุก 10 ปี เมื่อลดโทษ ให้กึ่งหนึ่งแล้ว คงจำคุก 5 ปี และเมื่อรวมโทษในความผิดฐานอื่นตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว เป็นจำคุก 5 ปี 6 เดือน และปรับ 500 บาท ความผิดฐานอื่นนอกจากนี้ให้ยก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สำหรับความผิดฐานพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร และได้ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย ยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนหรือไม่ และตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำโดยมีเจตนาฆ่าผู้อื่นหรือไม่ เห็นควรวินิจฉัยเสียก่อนว่า จำเลยมีสิทธิฎีกาในปัญหาดังกล่าวหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยใช้อาวุธมีดปลายแหลมแทงผู้เสียหายที่ 1 อย่างแรง 1 ครั้ง บริเวณหน้าอกโดยเจตนาฆ่าและไตร่ตรองไว้ก่อน แต่ผู้เสียหายที่ 1 หลบทันอาวุธมีดถูกบริเวณหลัง จนใบมีดหลุดออกจากด้าม และจำเลยใช้ด้ามมีดดังกล่าวแทงบริเวณหลังผู้เสียหายที่ 1 อีกหลายครั้ง จำเลยลงมือกระทำความผิดไปตลอดแล้วแต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผล เนื่องจากมีผู้เข้าช่วยเหลือและผู้เสียหายที่ 1 ได้รับการรักษาทันท่วงที จึงไม่ถึงแก่ความตาย แต่เป็นเหตุให้ผู้เสียหายที่ 1 ได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลฉีกขาดที่หลังด้านซ้ายบริเวณกระดูกสะบักอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4) ประกอบมาตรา 80 จำเลยให้การรับสารภาพ โจทก์จึงมีหน้าที่ต้องนำพยานหลักฐานมาประกอบคำให้การรับสารภาพเพื่อพิสูจน์ว่าจำเลยได้กระทำความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นตามฟ้อง และศาลจะต้องฟังพยานหลักฐานของโจทก์จนกว่าจะพอใจว่าจำเลยกระทำความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นตามฟ้องจริง จึงจะลงโทษได้ เมื่อศาลชั้นต้นพิจารณาพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบและพิพากษาลงโทษจำเลยฐานพยายามฆ่าผู้เสียหายที่ 1 ตามฟ้อง และจำเลยอุทธรณ์ว่า จำเลยไม่มีเจตนาฆ่าผู้เสียหายที่ 1 โดยอ้างว่า อาวุธมีดที่ใช้แทงผู้เสียหายที่ 1 เป็นอาวุธมีดขนาดเล็กมีสภาพเก่า ด้ามมีดกับตัวมีดมีสภาพไม่สมบูรณ์ ไม่สามารถฆ่าผู้เสียหายที่ 1 ได้ อีกทั้งสภาพบาดแผลของผู้เสียหายที่ 1 เป็นบาดแผลขนาดเล็กซึ่งเป็นบาดแผลไม่รุนแรง ไม่สามารถทำให้ผู้เสียหายที่ 1 ถึงแก่ความตายได้ เป็นการอุทธรณ์อ้างว่า ข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบฟังไม่ได้ว่า จำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายที่ 1 ตามฟ้องเท่ากับอ้างว่าโจทก์นำสืบไม่สมฟ้อง จึงมิใช่อุทธรณ์โต้เถียงข้อเท็จจริงที่ขัดกับคำรับสารภาพของจำเลยหรือเป็นการยกข้อเท็จจริงขึ้นใหม่ในชั้นอุทธรณ์ ซึ่งจะเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงชอบที่จะต้องวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวให้ ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น และเมื่อจำเลยฎีกาในปัญหาดังกล่าวมาแล้ว ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยปัญหาข้อนี้ตามฎีกาของจำเลยโดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาใหม่ และเห็นว่าพยานโจทก์ที่สืบประกอบคำรับสารภาพมีพยานปากผู้เสียหายที่ 1 และที่ 2 มาเบิกความทำนองเดียวกันถึงสาเหตุบาดหมางที่จำเลยมีต่อผู้เสียหายที่ 1 มาตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ ในวันเกิดเหตุก็เป็นการนัดหมายมาพบกันไม่ใช่เรื่องมาพบกันโดยบังเอิญ หากจำเลยต้องการเจรจาระงับข้อขัดแย้งจำเลยก็ไม่ต้องถืออาวุธมีดและสนับมือลงมาด้วย แต่พฤติการณ์ที่จำเลยถืออาวุธมีดและสนับมือมา ฟังได้ว่าเป็นการตระเตรียมการมาเพื่อก่อเหตุตามฟ้อง แม้จำเลยจะไม่ได้ตรงเข้าหาผู้เสียหายที่ 1 ในทันที แต่จำเลยเดินตรงเข้าไปหานางเสาวลักษณ์และผู้เสียหายที่ 2 ซึ่งเป็นพวกเดียวกันกับผู้เสียหายที่ 1 พฤติการณ์เป็นการแสดงท่าทีข่มขู่เพื่อไม่ให้นางเสาวลักษณ์และผู้เสียหายที่ 2 เข้ามาช่วยผู้เสียหายที่ 1 แล้วทันใดนั้น จำเลยก็หันวิ่งไปเงื้อมีดขึ้นแทงผู้เสียหายที่ 1 ทันที การที่จำเลยใช้อาวุธมีดที่พกติดตัวมาวิ่งเข้าไปเงื้อมีดสูงระดับหูเพื่อแทงผู้เสียหายที่ 1 โดยแรง แต่ผู้เสียหายที่ 1 เอี้ยวตัวหลบทำให้อาวุธมีดแทงโดนสะบักซ้ายของผู้เสียหายที่ 1 จนใบมีดหักตกลงที่พื้น นับว่าเป็นการตั้งใจแทงโดยแรงที่บริเวณอวัยวะสำคัญด้วยมีดขนาดใหญ่ เเม้ใบมีดหักแล้วจำเลยก็ยังใช้ด้ามมีดแทงผู้เสียหายที่ 1 อีกหลายครั้ง ประกอบกับพฤติการณ์ที่จำเลยเคยพูดจาอาฆาตผู้เสียหายที่ 1 มาก่อนเกิดเหตุว่าจะเอาให้ถึงตาย จนถึงการนัดมาพบกันและพกอาวุธมีดมา ฟังได้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายที่ 1 โดยเตรียมการไตร่ตรองไว้ก่อนด้วยการนำอาวุธมีดพกติดตัวมาเพื่อแทงผู้เสียหายที่ 1 ให้ถึงแก่ความตาย ซึ่งหากไม่มีคนเข้ามาช่วยเหลือ จำเลยก็คงฆ่าผู้เสียหายที่ 1 จนถึงแก่ความตายตามที่เคยพูดอาฆาตไว้ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ เมื่อพยานโจทก์สืบถึงพฤติการณ์ที่จำเลยมีสาเหตุโกรธเคืองมาตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ การนัดหมายมาพบกันในเวลาเกิดเหตุการณ์ที่จำเลยเตรียมอาวุธมีดและสนับมือเดินลงจากรถจักรยานยนต์โดยแสร้งเป็นเดินตรงไปข่มขู่นางเสาวลักษณ์และผู้เสียหายที่ 2 แล้วในทันใดนั้นจำเลยก็หันไปหาผู้เสียหายที่ 1 วิ่งเงื้อมีดเข้าแทงผู้เสียหายที่ 1 ในทันที โดยยังไม่ได้พูดจากัน ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยกระทำโดยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายที่ 1 โดยไตร่ตรองไว้ก่อน เมื่อผู้เสียหายที่ 1 ไม่ถึงแก่ความตาย จำเลยย่อมมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4) ประกอบมาตรา 80 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ลงโทษฐานพยายามฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 มานั้น ยังไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น แต่ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 59/2567 พนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี โจทก์ นาย ม. จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี · จำเลย - นาย ม.
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปีติ นาถะภักติ · ณรงค์ กลั่นวารินทร์ · เพิ่มศักดิ์ สายสีทอง
แหล่งที่มาหนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.3520/2566

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 673/2526ฎีกา 244/2535ฎีกา 184/2536ฎีกา 980/2502ฎีกา 1056/2543ฎีกา 4009-4010/2549ฎีกา 108/2546ฎีกา 3055/2522ฎีกา 661/2510ฎีกา 13360/2556ฎีกา 117/2515ฎีกา 2015/2547ฎีกา 2103/2511ฎีกา 3716/2567ฎีกา 336/2527ฎีกา 2259/2522ฎีกา 798/2502ฎีกา 5445/2537ฎีกา 2417/2540ฎีกา 1353/2529ฎีกา 3978-3979/2529ฎีกา 18/2542ฎีกา 4123/2543ฎีกา 4919/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา