⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3119/2568

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3119/2568

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้สืบสันดานจะฟ้องคดีอาญาแทนผู้ตายได้ ก็ต่อเมื่อผู้ตายเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยในคดีนั้น และผู้ตายได้ร้องทุกข์หรือฟ้องคดีนั้นก่อนถึงแก่ความตาย.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ ด. บิดาโจทก์ถึงแก่ความตาย โจทก์เป็นผู้สืบสันดานของ ด. ผู้ตาย ขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 291 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โดยข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า ด. และจำเลยต่างมีส่วนขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้รถทั้งสองคันเฉี่ยวชนกัน จึงรับฟังได้ว่า ด. มิได้เป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) โจทก์ซึ่งเป็นผู้สืบสันดานจึงไม่มีอำนาจจัดการแทน ด. ผู้ตาย ไม่มีอำนาจเป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ได้ตามมาตรา 5 (2) แต่โจทก์มิได้ยื่นฎีกาโต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คงมีเพียงจำเลยเท่านั้นที่ฎีกาว่า เหตุเกิดจากความประมาทของ ด. แต่เพียงผู้เดียว จึงเป็นฎีกาเพื่อให้เปลี่ยนแปลงผลคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดังนั้น การวินิจฉัยฎีกาของจำเลยย่อมไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไป ฎีกาของจำเลยจึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตาม ป.วิ.พ. มาตรา 225 วรรคหนึ่ง และมาตรา 252 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.252

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้น อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า โจทก์เป็นบุตรของนายแดง เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2562 เวลากลางวัน จำเลยขับรถกระบะไปตามถนนจตุรทิศขาออก มุ่งหน้าถนนอโศกดินแดง ขณะมาถึงจุดเกิดเหตุได้เฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ที่นายแดงขับ เป็นเหตุให้นายแดงได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังเกิดเหตุพนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลชั้นต้น ขอให้ลงโทษในความผิดฐานขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน และฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส โจทก์ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการในคดีดังกล่าว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ต่อมาวันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 นายแดงถึงแก่ความตายด้วยสาเหตุปอดอักเสบติดเชื้อรุนแรง พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอแก้เพิ่มเติมฟ้องในคดีของศาลชั้นต้นว่า จำเลยกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ศาลชั้นต้นอนุญาตให้แก้เพิ่มเติมฟ้องและพิพากษายกฟ้อง โดยให้พนักงานอัยการโจทก์นำคดีไปฟ้องต่อศาลชั้นต้นที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษา ส่วนคดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น โดยคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้เหตุผลตอนหนึ่งว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่านายแดงและจำเลยต่างมีส่วนขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้รถทั้งสองคันเฉี่ยวชนกัน นายแดงจึงมิได้เป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) โจทก์ซึ่งเป็นผู้สืบสันดานจึงไม่มีอำนาจจัดการแทนนายแดงผู้ตาย ไม่มีอำนาจเป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ได้ตามมาตรา 5 (2) โจทก์มิได้ฎีกาว่า เหตุที่รถเฉี่ยวชนกันเกิดจากความประมาทของจำเลยแต่เพียงฝ่ายเดียว นายแดงจึงเป็นผู้เสียหาย โจทก์เป็นผู้สืบสันดานย่อมมีอำนาจจัดการแทนนายแดงผู้ตายและมีอำนาจฟ้องคดีนี้ ขอให้ลงโทษจำเลยตามฟ้อง คงมีเพียงจำเลยเท่านั้นที่ฎีกา ข้อเท็จจริงจึงรับฟังยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า นายแดงผู้ตายมีส่วนกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้รถทั้งสองคันเฉี่ยวชนกัน มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ฎีกาของจำเลยสมควรรับวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่ง และมาตรา 252 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 หรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้นายแดง บิดาโจทก์ถึงแก่ความตาย โจทก์เป็นผู้สืบสันดานของนายแดงผู้ตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โดยให้เหตุผลตอนหนึ่งว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า นายแดงและจำเลยต่างมีส่วนขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้รถทั้งสองคันเฉี่ยวชนกัน จึงรับฟังได้ว่านายแดงมิได้เป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) โจทก์ซึ่งเป็นผู้สืบสันดานจึงไม่มีอำนาจจัดการแทนนายแดงผู้ตาย ไม่มีอำนาจเป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ได้ตามมาตรา 5 (2) แต่โจทก์มิได้ยื่นฎีกาโต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คงมีเพียงจำเลยเท่านั้นที่ฎีกาว่า เหตุที่รถเฉี่ยวชนกันมิใช่เพราะจำเลยและนายแดงต่างขับรถด้วยความประมาทด้วยกัน แต่เกิดจากความประมาทของนายแดงแต่เพียงฝ่ายเดียว จึงเป็นฎีกาเพื่อให้เปลี่ยนแปลงผลคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดังนั้น การวินิจฉัยฎีกาของจำเลยย่อมไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไป ฎีกาของจำเลยจึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่ง และมาตรา 252 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 แม้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้น อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงก็ตาม ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยมาไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกฎีกาของจำเลย. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3119/2568 นาย พ. โจทก์ นาย ร. จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย พ. · จำเลย - นาย ร.
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปฏิญญา สูตรสุวรรณ · ธีระศักดิ์ วริวงศ์ · ธนกฤต กมลวัทน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นางสาววรรณสิริ ศรีชัยเพชร · ศาลอุทธรณ์ - นายธวัช นกแสง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.3061/2567

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7919/2553ฎีกา 367/2568ฎีกา 4637/2567ฎีกา 1022/2551ฎีกา 2328/2533ฎีกา 272/2490ฎีกา 8080/2538ฎีกา 3136/2524ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 2252/2560ฎีกา 11720/2555ฎีกา 7201/2568ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 1028/2564ฎีกา 9571/2544ฎีกา 5494/2541ฎีกา 1813/2531ฎีกา 6555/2538ฎีกา 1816/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา