คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 776/2473
ย่อคำพิพากษา
ผู้จัดการมฤดก วิธีพิจารณาแพ่งอำนาจฟ้องของผู้จัดการมฤดก เมื่อผู้จัดการมฤดกออกจากตำแหน่งก็หมดอำนาจที่จะว่าคดีต่อไป
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่าโจทก์กับจำเลยที่ ๑ และผู้มีชื่ออีก ๒ คนเปนผู้จัดการมฤดกของ ม.ร.ว.สุวพรรณ บัดนี้โจทก์คนเดียวฟ้องในหน้าที่ผู้จัดการว่าจำเลยที่ ๑ ซึ่งเปนผู้จัดการมฤดกเหมือนกันยักยอกทรัพย์มฤดกเปนคดีอาญา โดยผู้จัดการอื่น ๆ ไม่ได้เข้าร่วมเปนโจทก์ด้วย ปัญหามีว่าโจทก์จะมีอำนาจฟ้องคดีนี้โดยลำพังได้หรือไม่
ศาลล่างทั้ง ๒ ตัดสินว่าโจทก์จะฟ้องโดยลำพังไม่ได้ ให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกาในข้อกฎหมาย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในชั้นฎีกาโจทก์แถลงว่าเมื่อยื่นฎีกาแล้วโจทก์ได้ลาออกจากตำแหน่งผู้จัดการโจทก์จึงหมดอำนาจที่จะว่าความเรื่องนี้ต่อไป เพราะโจทก์ฟ้องในฐานะเปนผู้จัดการ จึงไม่จำเปนจะต้องวินิจฉัยถึงอำนาจฟ้องของโจทก์ต่อไป ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบัญ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 776/2473
พระวิชิตมนตรี ในหน้าที่ผู้จัดการทรัพย์มฤดก ม.ร.ว.สุวพรรณ โจทก์
พระยาชลมารคพิจารณ์ที่ 1 ขุนพินิจ บรรณสินธุ์ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พระวิชิตมนตรี ในหน้าที่ผู้จัดการทรัพย์มฤดก ม.ร.ว.สุวพรรณ · จำเลย - พระยาชลมารคพิจารณ์ที่ 1 ขุนพินิจ บรรณสินธุ์ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พิพาก · พรหม · วิชัย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - พระยาวิกรม · ศาลอุทธรณ์ - พระทิพปรีชา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา