คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 650/2474
ย่อคำพิพากษา
การเปลี่ยนเวลาชำระเงินไม่ใช่เป็นการแปลงหนี้ใหม่ ย้อนสำนวนให้ศาลเดิมสืบพะยานใหม่ ลักษณะพะยาน สืบพะยานบุคคลแก้ไขพะยานเอกสารได้เพียงไร
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่าจำเลยกู้เงินของพระยาโขฏึกไป ๓๐๐๐ บาท โดยมีหนังสือเป็นหลักฐาน ต่อมาผุ้รับมฤดกของพระยาโขฏึกได้ผ่อนเวลาให้จำเลยชำระหนี้เป็นงวด ๆ คือโจทก์ได้ให้ทนายเร่งรัดเงินจากจำเลย ๆ จึงขอผ่อนผันส่งต้นเงิน ๒๕๐ บาท กับดอกเบี้ยที่ค้าง ๒๑๐ บาท แลยอมเสียค่าทนายให้โจทก์อีก ๔๐ บาทด้วย บัดนี้จำเลยไม่ชำระเงินที่ค้างอยู่อีก โจทก์จึงฟ้องเรียกเงินจำนวนนั้นตามสัญญากู้เดิม จำเลยต่อสู้ส่าเจ้าหนี้ได้ผ่อนเวลาชำระหนี้ให้จำเลยแล้ว การเปลี่ยนเวลาชำระเงินเป็นการแปลงหนี้ใหม่ กับยังไม่ถึงคราวส่งเงินงวดที่ ๒ โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องจำเลย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การเปลี่ยนเวลาชำระเงิน ไม่ใช่เรื่องแปลงหนี้ การแปลวงหนี้คือระงับหนี้เก่าแปลงเป็นหนี้ใหม่ เรื่องนี้ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอันใด หนังสือกู้เดิมเจ้าหนี้ยังถือเป็นหลักฐานอยู่ จะเรียกว่าแปลงหนี้ไม่ได้ ส่วนข้อต่อสู้ของจำเลยว่าเจ้าหนี้ได้ผ่อนเวลาชำระหนี้ให้จำเลยจริงหรือไม่นั้น ศาลเดิมยังมิได้สืบพะยานให้จำเลยหลับรวบรัดตัดสินเสียยังมิชอบ จึงย้อนสำนวนให้ศาลเดิมสืบพะยานตามข้อต่อสู้ของจำเลย แล้วจัดการตามกระบวนความ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 650/2474
ขุนพรหมอักษรผู้รับมอบฉันทะจากคุณหญิง โจทก์
เพิ่มโขฏิกราชเศรษฐีกับหลวงวุฒิอัฏเนติคุณรองเสวกเอกนายสุดจำลอง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ขุนพรหมอักษรผู้รับมอบฉันทะจากคุณหญิง · จำเลย - เพิ่มโขฏิกราชเศรษฐีกับหลวงวุฒิอัฏเนติคุณรองเสวกเอกนายสุดจำลอง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | หริศ · ศรี · นล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | พระมนูเวทย์ · พระยาธรรมสารนิติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา