คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 127-128/2480
ย่อคำพิพากษา
ฎีกาอุทธรณ์ คดีอาญาที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริง โจทก์ฎีกาได้แต่ข้อกฎหมาย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยสมคบกันลักทรัพย์ขอให้ลงโทษ
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันว่าจำเลยเอาของ ๆ โจทก์ไปเพื่อยีดไว้ต่างหนี้ยังเรียกไม่ได้ว่าจำเลยบังอาจเอาไปด้วยเจตนาทุจจริต จึงยังไม่มีมูลความผิดเป็นอาญา จึงให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์ฎีกาว่าตามกิริยาที่จำเลยแสดงนั้นเรียกว่าจำเลยมีผิดฐานลักทรัพย์ได้
ศาลฎีกาตัดสินว่าการที่จำเลยเอารถไปชนของโจทก์มาในเวลากลางวันโดยเปิดเผยและทั้งบอกกล่าวว่าจะยึดไว้ต่างหนี้ เช่นนี้แสดงว่าไม่มีเจตนาจะลัก เมื่อศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันว่าจำเลยไม่มีเจตนาทุจจริตซึ่งเป็นข้อเท็จจริงแล้ว จึงไม่มีข้อกฎหมายที่ศาลฎีกาจะรับวินิจฉัยได้ จึงให้ยกฎีกาโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 127 - 128/2480
นางเมี้ยว แซ่ฉั่ว โจทก์
นายจือติ้ด นายโง้ว นายง้วน นายเง็ก นายบุญเม้ง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางเมี้ยว แซ่ฉั่ว · จำเลย - นายจือติ้ด นายโง้ว นายง้วน นายเง็ก นายบุญเม้ง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เทฟโนต์ · วิกรม · พลางกูร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา