คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 330/2480
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้กู้รับเงินไปน้อยกว่าจำนวนเงินที่ระบุในตั๋วสัญญาใช้เงิน ไม่ทำให้ตั๋วสัญญาใช้เงินนั้นตกเป็นโมฆะตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา แต่จำเลยย่อมมีสิทธิยกข้อเท็จจริงดังกล่าวขึ้นต่อสู้เพื่อหักล้างหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินได้
ย่อคำพิพากษา
ฟ้องเรียกเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงิน จำเลยต่อสู้ว่าตั๋วสัญญาเป็นโมฆะตาม พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา เพราะจำเลยรับเงินไปไม่เท่าจำนวนเงินในตั๋วสัญญาใช้เงิน ดังนี้ จำเลยย่อมขอนำสืบหักล้างได้ตามข้อต่อสู้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่าจำเลยได้ทำตั๋วสัญญาใช้เงินให้โจทก์ไว้ ๒ ฉะบับ รวมเป็นเงิน ๑๔๐๐ บาท จำเลยผิดนัด โจทก์จึงฟ้องเรียกเงินจำนวนนี้จากจำเลย ๆ ต่อสู้ว่าตั๋วสัญญาใช้เงินนั้นเป็นโมฆะ เพราะความจริงจำเลยได้รับแต่เพียงกึ่งหนึ่ง ของจำนวนเงินในตั๋วสัญญาใช้เงินนั้น ตั๋วสัญญานี้จึงผิดต่อ พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เป็นหน้าที่จำเลยนำสืบหักล้างตราสาร ๒ ฉะบับนี้ แต่พะยานจำเลยสืบไม่สม จึงพิพากษาให้จำเลยให้เงินโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 330/2480
นายประเสริฐ กาฬดิษย์ โจทก์
พระราชเรืองฤทธิ์ ที่ 1 นางราชเรืองฤทธิ์ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายประเสริฐ กาฬดิษย์ · จำเลย - พระราชเรืองฤทธิ์ ที่ 1 นางราชเรืองฤทธิ์ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เทฟโนต์ · พลางกูร · นิติศาสตร์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา