คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 408/2480
ย่อคำพิพากษา
การที่ศาลจะอนุญาตให้โจทก์แก้วันกระทำผิดในฟ้องภายหลังที่ได้สืบพะยานโจทก์เสร็จแล้วนั้นอยู่ในดุลยพินิจของศาล
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
เดิมโจทก์ฟ้องว่าเมื่อระหว่างคืนวันที่ ๔-๕ กุมภาพันธ์ จำเลยได้บังอาจลักทรัพย์ของ ย.ไป ขอให้ลงโทษตามมาตรา ๒๙๔
ปรากฎว่าเมื่อโจทก์สืบพะยานหมดแล้วโจทก์ได้ยื่นคำร้องขอแก้วันฟ้องเป็นระหว่างคืนวันที่ ๓-๔ กุมภาพันธ์
ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์แก้ฟ้องแล้วสั่งสืบพะยานจำเลย แลพิพากษาว่าจำเลยกระทำผิดจริงให้ลงโทษจำเลยตาม ม.๒๙๔
ศาลอุทธรณ์ตัดสินยืนตาม
จำเลยฎีกาว่าเมื่อข้อเท็จจริงที่ปรากฎทางพิจารณาไม่ตรงกับที่กล่าวในฟ้อง ศาลต้องยกฟ้อง แลว่าคำสั่งที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์แก้ฟ้องไม่ชอบด้วยประมวลวิธีพิจารณาอาญา มาตรา ๑๖๔
ศาลฎีกาเห็นว่าศาลก็ได้อนุญาตให้แก้ตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา ม.๑๖๓-๑๖๔ จะถือว่าข้อเท็จจริงในฟ้องต่างกับที่ได้ความตามทางพิจารณาไม่ได้ และเห็นว่าศาลล่างทั้งสองได้วินิจฉัยยืนตามกันมาว่าให้โจทก์แก้ฟ้องได้ ก็เพราะจำเลยไม่หลงข้อต่อสู้ ฎีกาจำเลยจึงเป็นการเถียงข้อเท็จจริงฎีกาไม่ได้ จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 408/2480
อัยยการสิงหบุรี โจทก์
นายเกลี่ย โพธิ์ศรี จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการสิงหบุรี · จำเลย - นายเกลี่ย โพธิ์ศรี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พลางกูร · นิติศาสตร์ · เทฟโนต์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา