คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 442/2481
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานหลายครั้ง แม้จะต่างกรรมต่างวาระกัน แต่หากเป็นการกระทำอันเดียวกันที่มุ่งประสงค์ต่อผลอย่างเดียวกัน ถือเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามความผิดบทที่หนักที่สุด
ย่อคำพิพากษา
จำเลยไปแจ้งความเท็จต่อตำรวจว่าถูกตีชิง แล้วรุ่งขึ้นไปแจ้งความเพิ่มเติมระบุจำนวนทรัพย์ที่อ้างว่าถูกตีชิงไปดังนี้ เป็นกรรมเดียวแต่ต่างวาระกัน ลงโทษจำเลยเพียงกะทงเดียว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
จำเลยไปแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานตำรวจว่าถูกผู้ร้ายชิงทรัพย์ระบุบอกของกลางที่ว่าถูกผู้ร้ายแย่งชิงไป ในวันรุ่งขึ้นไปแจ้งเพิ่มเติมอีกว่าลืมระบุสั่งของอีกบางอย่างขอให้เจ้าพนักงานจดจำนวนสิ่งของที่ลืมระบุในวันวานนั้นด้วย โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานแจ้งความเท็จ และขอให้ลงโทษจำเลยเป็น ๒ กะทง
ศาลฎีกาตัดสินว่าการแจ้งความนี้เป็นการแจ้งความเพิ่มเติมต่อนายตำรวจผู้เดียวกันในสถานีตำรวจเดียวกันและในเรื่องเดียวกัน ระบุเพิ่มเติมจำนวนสิ่งของที่อ้างว่าถูกตีชิงรายเดียวกัน ต้องถือว่าเป็นกรรมต่อเนื่องอันเดียวกันเพียงแต่ต่างวาระเท่านั้นที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าเป็นกรรมอันเดียวกันนั้นชอบแล้ว จึงพิพากษายืนตามให้ยกฎีกาโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 442/2481
อัยยการเชียงใหม่ โจทก์
นายคำตุ้ย , นายน้อย จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการเชียงใหม่ · จำเลย - นายคำตุ้ย , นายน้อย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นิติศาสตร์ · อิศร · วิเศษ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายวิจิตรภรณ์ ไกร++ · ศาลอุทธรณ์ - พระนิติทัณฑ์ประภาศ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา