คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 708/2481
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากข้อเท็จจริงที่ศาลพิจารณาได้แตกต่างจากที่ฟ้องไว้ในสาระสำคัญ ศาลต้องยกฟ้อง
ย่อคำพิพากษา
ฟ้องว่าจำเลยทำผิดเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน แต่ปรากฎตามคำพะยานโจทก์ว่าทำผิดวันที่ 11 ดังนี้ ต้องถือว่าข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ต่างกับฟ้องต้องยกฟ้อง
พฤตติการณ์ที่ถือว่าศาลไม่อนุญาตให้แก้ฟ้อง
ศาลจะอนุญาตให้แก้ฟ้องหรอืไม่อยู่ในดุลยพินิจของศาล
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำผิดเมื่อวันที่ ๒๕ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๘๐ ปรากฎตามคำพะยานโจทก์ว่า จำเลยกระทำผิดในวันที่ ๑๑ เดือนเดียวกัน โจทก์จึงยื่นคำร้องขอแก้ศาลชั้นต้นอ่านคำร้องให้จำเลยฟัง จำเลยขอยืนยันให้การตามคำให้การเดิม ศาลชั้นต้นตัดสินว่า ข้อเท็จจริงผิดไปจากฟ้อง แม้โจทก์จะร้องขอแก้ก็ดี แต่เป็นภายหลังที่โจทก์ได้สืบพะยานหมดแล้ว ไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณาให้ยกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกาต่อมาว่า การที่ศาลชั้นต้นรับคำร้องขอแก้ฟ้องของโจทก์โดยไม่ได้สั่งอนุญาตทันทีนั้น ต้องถือว่าศาลอนุญาตแล้วและต้องถือว่าจำเลยไม่คัดค้าน และไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบหรือหลงต่อสู้อย่างใด
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้จะฎีกาได้ก็แต่ปัญหากฎหมาย ในฎีกาข้อแรกมีว่าศาลชั้นต้นได้อนุญาตให้แก้ฟ้องได้หรือไม่นั้นปรากฎชัดในคำพิพากษาว่าศาลไม่อนุญาตดังนี้ จึงฟังไม่ได้ว่าศาลได้อนุญาตให้โจทก์แก้ฟ้อง ส่วนปัญหาที่ว่าศาลจะควรอนุญาตให้โจทก์แก้ฟ้องหรือไม่นั้น เป็นข้อเท็จจริง ศาลฎีกาจะรับวินิจฉัยไม่ได้ จึงพิพากษายืนตามศาลล่าง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 708/2481
อัยยการพระนครศรีอยุธยา โจทก์
นายอินหรือลี ขาวละออ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการพระนครศรีอยุธยา · จำเลย - นายอินหรือลี ขาวละออ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พลางกูร · อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ · อมาตย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายเสงี่ยม อัมพรสุข · ศาลอุทธรณ์ - พระปรีชาวินิจฉัย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา