คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1347/2482
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อกฎหมายที่ทำให้โจทก์แพ้คดีแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยข้ออุทธรณ์อื่นของโจทก์อีก
ย่อคำพิพากษา
ในคดีอาญาที่โจทก์อุทธรณ์เมื่อศาลอุทธรณ์หยิบยกเหตุอื่นขึ้นยกฟ้องโจทก์แล้วก็ไม่จำเป็นต้องยกข้ออุทธรณ์ของโจทก์ขึ้นวินิจฉัย
ศาลเดิมและศาลอุทธรณ์ยกฟ้องโจทก์โดยฟังข้อเท็จจริงคนละอย่างโจทก์ฎีกาในข้อเท็จจริงได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เช่าซื้อโค ๒ ตัวไว้จากนางสง จำเลยมาหลอกลวงโจทก์ว่าเป็นโคของจำเลยหายมา จำเลยขอคืนถ้าไม่คืนจำเลยจะแจ้งต่อเจ้าหนักงานให้จับกุม โจทก์หลงเชื่อจึงยอมคืนโคให้ ภายหลังทราบว่าโครายนี้จำเลยให้นางสงไปต่างดอกเบี้ย ขอให้ลงโทษตามมาตรา ๓๐๔
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า แม้ฟังตามคำพะยานโจทก์ว่าจำเลยให้โคแก่นายสงเป็นการชำระดอกเบี้ยเงินกู้ ก็ลงโทษจำเลยไม่ได้ เพราะไม่ได้ทำการโอนกันถูกต้องตามกฎหมาย โคยังเป็นของจำเลยอยู่ จึงพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ว่า โครายนี้เป็นโคเล็กยังไม่ต้องทำตั๋วพิมพ์รูปพรรณ์ การโอนไม่ต้องทำต่อหน้าเจ้าพนักงาน
ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยยกโคให้นายสงหรือนายสงยืมไปใช้ คำพะยานยังโต้เถียงกัน ต้องถือว่าโคยังเป็นของจำเลยอยู่ จำเลยจึงไม่มีความผิด
โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อที่โจทก์ฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยข้อฎีกาของโจทก์นั้น เห็นว่าเมื่อศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคดีโดยเหตุผลอื่นแล้ว ก็ไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ข้อกฎหมายของโจทก์ ส่วนข้อเท็จจริง ศาลฎีกาเห็นชอบด้วยศาลอุทธรณ์ จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1347/2482
นายเปลื้อง พันอยู่ โจทก์
นายชม มาเจริญสุข จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเปลื้อง พันอยู่ · จำเลย - นายชม มาเจริญสุข |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุทธิอรรถนฤมนตร์ · มนูภันย์วิมลสาร · วิเศษ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - พระดุลยวิทย์สรพิลาศ · ศาลอุทธรณ์ - พระพรหมปรัญญา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา