คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 734/2482
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องขับไล่ผู้อื่นผู้นั้นอ้างว่าซื้อมาจากมารดาโจทก์และมารดาโจทก์ได้ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นจำเลยด้วยนั้น ไม่ทำให้ฟ้องของโจทก์เป็น++
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกขอให้ขับไล่
จำเลยต่อสู้ว่าซื้อมาจากนางทิพย์มารดาโจทก์โดยถูกต้องตามกฎหมาย
ศาลชั้นต้นสืบพะยานโจทก์ไปได้ ๑ ปากแล้ว นางทิพย์มารดาโจทก์ยื่นคำร้องว่าเป็นเจ้าของที่และได้ขายให้แก่จำเลย จึงขอเข้าเป็นจำเลยร่วมกับนางสาวมุขฝ่ายโจทก์คัดค้านไม่ให้นางทิพย์เข้ามา
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การที่นางทิพย์เข้ามาเป็นจำเลยนั้น ย่อมเป็นคู่ความตามวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๗(๑) จึงมีสิทธิเหมือน ๑ ตนได้ถูกฟ้องเป็นคดีเรื่องใหม่ตามวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๘ ถ้าโจทก์ชนะคดีศาลก็ต้องบังคับต่อมารดาโจทก์จึงเป็นอุทลุมตามประมวลแพ่งฯ ม.๑๕๓๔ จึงพิพากษายืนตามศาลเดิม
ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลอุทธรณ์อ้างว่านางทิพย์มีฐานะเหมือนจำเลยนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นชอบด้วย เพราะนางทิพย์มิได้กล่าวว่ามีผลได้เสียตามกฎหมายในผลแห่งคดีนั้น และนางทิพย์ได้รับความยินยอมจากจำเลย ถ้าโจทก์ชนะคดีศาลก็เพียงแต่พิพากษาขับไล่นางสาวมุขซึ่งเป็นจำเลย ส่วนนางทิพย์จะได้เสียอย่างไรก็เป็นการต่อไปภายหลังซึ่งอาจมีหรือไม่มีก็ได้และมาตรา ๕๘ ที่ศาลอุทธรณ์อ้างก็กล่าวเพียงว่าผู้ร้องสอดซึ่งเป็นคู่ความมีสิทธิเสมือนหนึ่งว่าตนได้ฟ้องหรือถูกฟ้องคดีเรื่องใหม่เท่านั้น มิได้กล่าวว่ามีฐานะเป็นจำเลย จึงเห็นว่านางทิพย์มีฐานะเป็นผู้ร้องสอดเท่านั้น ฟ้องไม่เป็นอุมลุมตามมาตรา ๑๕๓๕ แห่งประมวลแพ่งฯ จึงพิพากษายกคำพิพากษาศาลล่าง ให้พิจารณาพิพากษาคดีใหม่
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 734/2482
นายรัด ข้างชาวนา โจทก์
นางสาวมุข บัวขำ จำเลย
นางทิพย์ ข้างชาวนา ผู้ร้องสอด
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายรัด ข้างชาวนา · จำเลย - นางสาวมุข บัวขำ · ผู้ร้องสอด - นางทิพย์ ข้างชาวนา |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อมาตย · วิเศษ · มนูภันย์วิมลสาร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา