คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 373-375/2483
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เกิดขึ้นโดยปัจจุบันทันด่วนและไม่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการสมคบกันกระทำความผิด ผู้ที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในการกระทำนั้นย่อมไม่มีความผิดไปด้วย. การชันสูตรพลิกศพที่กระทำโดยเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจและได้รับการรับรองจากผู้ทำการชันสูตรแล้ว แม้แพทย์ผู้ทำการชันสูตรมิได้มาเบิกความ ก็ไม่ทำให้การชันสูตรนั้นเสียไป.
ย่อคำพิพากษา
ไปด้วยกันหลายคนมุ่งจะไปทำร้ายคนคนหนึ่งขณะทำร้ายมีคนออกมาห้ามจึงฟันผู้ห้ามตายอันเป็นการเกิดขึ้นโดยปัจจุบันทันด่วน และคดีไม่มีเหตุผลใดพึงสันนิษฐานว่าสมคบกันเพื่อใช้กำลังทำร้ายผู้ขัดขวางด้วยเช่นนี้ คนอื่นไม่มีผิดฐานทำร้ายผู้ห้ามด้วย การชัณสูตรพลิกศพนั้นเมื่อมีปลัดอำเภอและแพทย์ประจำตำบลเป็นผู้ชัณสูตรก็มาเบิกความรับรองในชัณสูตรนั้นด้วยแล้ว การที่แพทย์ผู้ทำการชัณสูตรมิได้มาเบิกความด้วย ไม่ทำให้การชัณสูตรพลิกศพนั้นเสียไป
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่า จำเลยสมคบกันไปทำร้ายนายแก้วโดยความอาฆาตเว้นแต่นายลับจำเลยซึ่งไม่รู้เรื่องอาฆาต นายเส้ง จำเลยฟันนายแก้วบาดเจ็บสาหัส นายเกตออกมาห้าม นายไหม จำเลยได้ฟันนายเกตตาย โจทก์ฟ้องขอให้ ลงโทษ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทุกคนมีผิดฐานเป็นตัวการฆ่านาย เกตและทำร้ายนายแก้วมีบาดเจ็บ นายเส้งนายไหมผิดตามมาตรา ๒๕๐ ข้อ ๓ ให้ประหารชีวิต นายลับผิดตามมาตรา ๒๔๙ ให้ จำคุก ๒๐ ปี
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่านายไหม จำเลยผู้เดียวมีความผิดตามมาตรา ๒๔๙ จำคุกตลอดชีวิต นายเส้ง จำเลยผิดตามมาตรา ๒๕๖ ๒๕๗ ๖๓ ให้ จำคุก ๑๐ ปี นายลับ จำเลยผิดตาม มาตรา ๒๕๐ ๖๓ ให้ จำคุก ๕ ปี
โจทก์จำเลย ฎีกา จำเลย ฎีกาว่า การชัณสูตรผู้ตายใช้ไม่ได้ เพราะ โจทก์ไม่ได้ อ้างแพทย์ผู้ทำการชัณสูตรผู้ตายใช้ไม่ได้ เพราะโจทก์ไม่ได้อ้างแพทย์ผู้ทำการชัณสูตรมาสืบประกอบ โจทก์ ฎีกาว่า จำเลยคนควรมีผิดฐานเป็นตัวการด้วยกันตามคำ วินิจฉัยของ ศาลชั้นต้น
ศาลฎีกาเห็นว่า การชัณสูตรพลิกศพผู้ตายในคดีนี้ ถูกต้องตาม ประมวล วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๐ แล้ว เพราะมีปลัดอำเภอและแพทย์ประจำตำบลเป็นผู้ทำการชัณสูตร ปลัดอำเภอผู้ทำการชัณสูตรก็มาเบิกความเป็นพะยาน โจทก์รับรองใบชัณสูตรนั้นด้วยแล้ว การที่ แพทย์ผู้ทำการชัณสูตร มิได้มาเบิกความด้วยนั้น ไม่ทำให้การชัณสูตรพลิกศพนั้นเสียไป เพราะไม่มีบทบังคับที่ใดว่า แพทย์ต้องมาเบิกความด้วยในเมื่อมีหลักฐานพะยานอื่นพอฟังแล้ว ส่วนข้อที่ โจทก์ ฎีกานั้น ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยมิได้สมคบกันมาฆ่านายเกต ++สมคบกันมาทำร้ายนายแก้ว นายเกตุออกห้าม นายไหม จำเลยจึงได้ฟันเอา เป็นการเกิดขึ้นในขอบเขตต์แห่งการที่ จำเลยสมคบกันมาทำร้ายนายแก้ว และไม่มีเหตุผลที่จะพึงสันนิษฐานว่า สมคบกันเพื่อใช้กำลังทำร้ายผู้ห้ามด้วย การฆ่านายเกตตายจึงเป็นเรื่องฉะเพาะตัวนายไหม จำเลยผู้เดียวเท่านั้น จึง พิพากษายืนตาม ศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 373 - 375/2483
อัยยการสงขลาและนายแก้ว บำรุงรัฐ โจทก์
นางเส้ง นายไหม นายลับ ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการสงขลาและนายแก้ว บำรุงรัฐ · ล. - นางเส้ง นายไหม นายลับ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุทธิอรรถนฤมนตร์ · อิศรภักดีธรรมวิเทต · อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายศิริ รัศมีทัต · ศาลอุทธรณ์ - พระพิพัตปริญญา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา