คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7430/2557
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การชันสูตรพลิกศพตามกฎหมายต้องเป็นการตรวจดูศพด้วยตนเองของแพทย์ การยืนยันตัวผู้ตายและตรวจดูเอกสารแทนการตรวจศพไม่ถือเป็นการชันสูตรพลิกศพตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นเห็นว่า การชันสูตรพลิกศพตาม ป.วิ.อ. มาตรา 150 แพทย์ต้องตรวจดูศพด้วยตนเอง การที่แพทย์ยืนยันตัวผู้ตายกับพนักงานสอบสวนและตรวจดูภาพถ่ายและเอกสารต่าง ๆ แทนการตรวจชันสูตรพลิกศพ จึงมิใช่การชันสูตรพลิกศพตามกฎหมาย ผู้ร้องจึงไม่มีอำนาจยื่นคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ว่า ศาลชั้นต้นจะต้องทำคำสั่งแสดงว่าผู้ตายคือใคร ตายที่ไหน เมื่อใด รวมถึงเหตุและพฤติการณ์ที่ตายว่าเกิดจากการกระทำของเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติราชการตามหน้าที่หรือไม่ อย่างไร และหากข้อเท็จจริงปรากฏว่ารู้ว่าใครเป็นผู้ทำให้ตายก็ให้ระบุถึงบุคคลดังกล่าวด้วย ศาลชั้นต้นไม่อาจมีคำสั่งเป็นอย่างอื่นไปได้ เท่ากับผู้ร้องอุทธรณ์ว่าคำสั่งศาลชั้นต้นไม่ชอบด้วยบทบัญญัติดังกล่าว กรณีไม่ใช่เป็นการอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่มีคำสั่งตาม ป.วิ.อ. มาตรา 150 วรรคห้า ซึ่งจะถึงที่สุดตามมาตรา 150 วรรคสิบ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนและมีคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150
ศาลประกาศนัดไต่สวน ไม่มีผู้ใดยื่นคำร้องเข้ามาซักถามพยานที่พนักงานอัยการนำสืบหรือนำสืบพยานอื่น
ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150 การชันสูตรพลิกศพเป็นหน้าที่โดยตรงของแพทย์ที่ต้องตรวจดูศพด้วยตนเอง การที่นายแพทย์มาหะมะ เพียงแต่ยืนยันตัวผู้ตายกับพนักงานสอบสวนและตรวจดูภาพถ่ายและเอกสารต่าง ๆ แทนการตรวจชันสูตรพลิกศพ จึงมิใช่การชันสูตรพลิกศพตามกฎหมาย ดังนั้น เมื่อการชันสูตรพลิกศพไม่ได้ทำตามขั้นตอนตามกฎหมาย ผู้ร้องจึงไม่มีอำนาจยื่นคำร้อง จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายกอุทธรณ์ของผู้ร้อง
ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่ามีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 ยกอุทธรณ์ของผู้ร้องชอบหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นเห็นว่า ผู้ร้องไม่มีอำนาจยื่นคำร้องเพราะแพทย์เพียงแต่ยืนยันตัวผู้ตายกับพนักงานสอบสวนและตรวจดูภาพถ่ายกับเอกสารต่าง ๆ แทนการตรวจชันสูตรพลิกศพ จึงมิใช่การชันสูตรพลิกศพตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150 ผู้ร้องอุทธรณ์ว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150 วรรคห้า ศาลชั้นต้นจะต้องทำคำสั่งแสดงว่าผู้ตายคือใคร ตายที่ไหน เมื่อใด รวมถึงเหตุและพฤติการณ์ที่ตายว่าเกิดจากการกระทำของเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่หรือไม่ อย่างไร และหากข้อเท็จจริงปรากฏรู้ว่าใครเป็นผู้ทำให้ตายก็ให้ระบุถึงบุคคลดังกล่าวด้วย ศาลชั้นต้นไม่อาจมีคำสั่งเป็นอย่างอื่นไปได้ เท่ากับผู้ร้องอุทธรณ์ว่าคำสั่งของศาลชั้นต้นไม่ชอบด้วยบทบัญญัติดังกล่าว กรณีไม่ใช่เป็นการอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่มีคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150 วรรคห้า ซึ่งจะถึงที่สุดตามมาตรา 150 วรรคสิบ ดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 วินิจฉัย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 ยกอุทธรณ์ของผู้ร้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังขึ้น เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 9 ยังไม่ได้วินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ร้อง จึงเห็นสมควรให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 9 วินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ร้องเพื่อให้คดีเป็นไปตามลำดับชั้นศาล
พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 ให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7430/2557
พนักงานอัยการจังหวัดนราธิวาส ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ผู้ร้อง - พนักงานอัยการจังหวัดนราธิวาส |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ไมตรี สุเทพากุล · เกษม เกษมปัญญา · โสฬส สุวรรณเนตร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนราธิวาส - นายกิตติศักดิ์ ธรรม์ญาณเนตร์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายวิชา มั่นสกุล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | อ.1255/2557 |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา