คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 512/2484
ย่อคำพิพากษา
การฟ้องขอให้ลงโทษฐานฉ้อโกงตามมาตรา 304 จำต้องกล่าวในฟ้องด้วยว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตคิดหลอกลวง มิฉะนั้นเป็นฟ้องที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้ใช้อุบายหลอกลวงบุตรโจทก์ว่าคู่รักของบุตรโจทก์ยังให้มารับไปพบกัน บุตรโจทก์หลงเชื่อ จึงได้เก็บทรัพย์รวมราคา ๕๘๘ บาทไปกับจำเลยและจำเลยได้ใช้อุบายหลอกลวงให้บุตรของโจทก์ส่งทรัพย์แก่จำเลย โดยอ้างว่าไปตามทางเปลี่ยวอาจมีอันตราย บุตรโจทก์หลงเชื่อจึงส่งทรัพย์ให้แก่จำเลย แล้วจำเลยเอาไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวเสียระหว่างที่บุตรของดจทก์ไปกับจำเลย ๆ ได้ข่มขืนทำชำเราสำเร็จหลายครั้ง จึงขอให้ลงโทษ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานฉ้อโกงตามมาตรา ๓๐๔ ส่วนข้อหาอื่นให้ยกเสีย
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุธรณ์เห็นว่าฟ้องของโจทก์ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย จึงพิพากษากลับ
โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เกณฑ์สำคัญในมาตรา ๓๐๔ จักต้องมีเจตนาทุจริตคิดหลอกลวงซึ่งเป็นสาระสำคัญ จำเป็นต้องกล่าวในฟ้องตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๕๘ (๕) เมื่อฟ้องไม่ถูกต้องตามกฎหมายเช่นนี้ ก็จำต้องยกฟ้อง จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 512/2484
นางละม่อม พุทธเดช มารดา ผู้ปกครองนางสาวบุญธรรม โจทก์
นายไหม ธาหามนตรี จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางละม่อม พุทธเดช มารดา ผู้ปกครองนางสาวบุญธรรม · จำเลย - นายไหม ธาหามนตรี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อิศร · อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ · วิเศษ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา