คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4747/2529
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ทนายความเพิ่งได้รับแต่งตั้งและยังไม่ทราบรายละเอียดข้อเท็จจริงเพียงพอที่จะอุทธรณ์คำสั่ง ไม่ถือเป็นพฤติการณ์พิเศษอันศาลจะขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้ได้ หากยังมีเวลาเพียงพอที่จะดำเนินการก่อนครบกำหนด
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์คำสั่งอ้างว่า ในวันครบกำหนดยื่นอุทธรณ์ ทนายโจทก์เพิ่งได้รับแต่งตั้งจากโจทก์ให้อุทธรณ์คำสั่งต่อศาลอุทธรณ์แต่ทนายโจทก์ยังไม่ทราบรายละเอียดและข้อเท็จจริงเพียงพอที่จะอุทธรณ์คำสั่งได้ เมื่อการยื่นอุทธรณ์ดังกล่าวเป็นเพียงคัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องในกรณีที่โจทก์ขอให้ไต่สวนมูลฟ้องใหม่ ยังมิได้เป็นการวินิจฉัยถึงเนื้อหาของคดี รูปคดีจึงมิได้มีความสลับซับซ้อนเป็นพิเศษ ถึงกับจะเป็นเหตุให้ทนายโจทก์ศึกษารายละเอียดและข้อเท็จจริงไม่ทัน ทนายโจทก์ก็ยอมรับมาในฎีกาว่าระยะเวลาที่จะทำอุทธรณ์เหลือเวลาอีกไม่ถึง 7 วัน แสดงว่าก่อนครบกำหนดระยะเวลายื่นอุทธรณ์ ทนายโจทก์ยังมีเวลาเพียงพอที่จะดำเนินการได้ ข้ออ้างของโจทก์ตามคำร้องยังถือไม่ได้ว่าเป็นพฤติการณ์พิเศษอันศาลจะขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ ในวันไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ไม่มาศาลตามกำหนดนัด ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้ยกฟ้องโจทก์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๖๖
โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นยกคดีขึ้นไต่สวนมูลฟ้องใหม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ในวันครบกำหนดอุทธรณ์คำสั่ง โจทก์ยื่นคำร้องว่า ทนายโจทก์เพิ่งได้รับแต่งตั้งจากโจทก์ให้อุทธรณ์คำสั่ง แต่ทนายโจทก์ยังไม่ทราบรายละเอียดและข้อเท็จจริงเพียงพอที่จะอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้ และระยะเวลาที่จะดำเนินการมีไม่เพียงพอ จึงขอให้ศาลสั่งขยายระยะเวลายื่นคำฟ้องอุทธรณ์คำสั่งต่อไปอีก ๑๕ วัน
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๓ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ บัญญัติว่า การขยายเวลาให้พึงทำได้ต่อเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษ แต่เหตุที่อ้างในคำร้องนี้ ไม่ปรากฏว่ามีพฤติการณ์พิเศษแต่อย่างใด จึงไม่อนุญาต
โจทก์อุทธรณ์ว่า โจทก์มีความจำเป็นและตกอยู่ในกรณีพิเศษ ขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาหรือคำสั่งกลับคำสั่งศาลชั้นต้น
ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่ศาลจะออกคำสั่งขยายหรือย่นระยะเวลา ต้องพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๓ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ ซึ่งมาตรา ๒๓ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง บัญญัติให้ศาลทำได้ต่อเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษและศาลมีคำสั่งหรือคู่ความมีคำขอขึ้นมาก่อนสิ้นระยะเวลา เว้นแต่ในกรณีมีเหตุสุดวิสัย ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยต่อไปมีว่า ข้ออ้างของโจทก์ตามคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ ถือได้หรือไม่ว่าเป็นพฤติการณ์พิเศษ พิเคราะห์แล้วที่โจทก์อ้างว่าในวันครบกำหนดยื่นอุทธรณ์ ทนายโจทก์เพิ่งได้รับแต่งตั้งจากโจทก์ให้อุทธรณ์คำสั่งต่อศาลอุทธรณ์ แต่ทนายโจทก์ยังไม่ทราบรายละเอียดและข้อเท็จจริงเพียงพอที่จะอุทธรณ์คำสั่งได้ ศาลฎีกาเห็นว่า การยื่นอุทธรณ์ในชั้นนี้เป็นเพียงคัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องในกรณีที่โจทก์ขอให้ไต่สวนมูลฟ้องใหม่ยังมิได้เป็นการวินิจฉัยถึงเนื้อหาของคดี รูปคดีจึงมิได้มีความสลับซับซ้อนเป็นพิเศษ ถึงกับจะเป็นเหตุให้ทนายโจทก์ศึกษารายละเอียดและข้อเท็จจริงไม่ทัน ทนายโจทก์ก็ยอมรับมาในฎีกาว่า ระยะเวลาที่จะทำอุทธรณ์เหลือเวลาอีกไม่ถึง ๗ วัน แสดงว่าก่อนครบกำหนดระยะเวลายื่นอุทธรณ์ ทนายโจทก์ยังมีเวลาเพียงพอที่จะดำเนินการได้ ข้ออ้างของโจทก์ตามคำร้องเช่นนี้ยังถือไม่ได้ว่าเป็นพฤติการณ์พิเศษอันศาลจะพึงขยายระยะเวลาการยื่นอุทธรณ์ให้โจทก์ได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนไม่อนุญาตตามคำร้องของโจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4747/2529
นายสมชาย เตชถาวรกุล โจทก์
นายยงยุทธ เกริกอิทธิพล จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสมชาย เตชถาวรกุล · จำเลย - นายยงยุทธ เกริกอิทธิพล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดำริ ศุภพิโรจน์ · อำนวย อินทุภูติ · สมศักดิ์ จูสวัสดิ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายสมิทธิ์ วราอุบล · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญส่ง วรรณกลาง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา