⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1031/2485

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1031/2485

ย่อคำพิพากษา

ผู้มีชื่อไนหน้าโฉนดเมื่อข้อเท็ดจิงปรากตว่าโจทมิเคยได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับที่ดินรายพิพาท จำเลยและผู้ร้องสอดได้แบ่งครอบครองกันเปนส่วนเปนสัดโดยสงบและเปิดเผยเปนเวลาเกือบ 2 0 ปี เช่นนี้โจทหามีสิทธิฟ้องขอแบ่งได้ไม่ , ตามกดหมายที่ดิน ฯ ผู้มีชื่อไนหน้าโฉนดถือว่าเปนเจ้าของกัมสิทธิ ผู้ไดกล่าวอ้างว่าตนเปนผู้มีกัมสิทธิอันแท้จริง ต้องนำสืบหักล้างข้อสันนิถานนั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1358 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1359 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1381 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1385 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1750 พระราชบัญญัติออกโฉนดที่ดิน ม.35 พระราชบัญญัติออกโฉนดที่ดิน (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2479 ม.35

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ได้ความว่า เมื่อนายสุดบิดาของโจทจำเลยตายแล้ว บันดาบุตรของนายสุดต่างได้แบ่งแยกกันครอบครองทำนาไนที่ดินซึ่งเปนทรัพย์มรดกของนายสุดเปนส่วนเปนสัดกันแล้ว พายหลังต่างพากันร้องขอรับมรดกที่ดินเหล่านี้ต่อเจ้าพนักงานที่ดินแยกกันเปนแปลง ๆ ไปตามที่ตนได้ครอบครองมา เมื่อเจ้าพนักงานออกประกาสแล้ว ไม่มีผู้ได้คัดค้าน ซึ่งเปนการสแดงเจตนาของทายาทนายสุดเหล่านี้ว่า ตนมีความประสงค์จะขอรับมรดกที่ดินแต่ฉเพาะแปลงที่ตนร้องขอรับมรดกเท่านั้น สำหรับที่ดินรายพิพาทนั้น จำเลยและผู้ร้องสอดซึ่งเปนผู้ครอบครองทำนาแปลงนี้มาเท่านั้นเปนผู้ขอรับมรดก โจทมิได้คัดค้านประการได แต่เจ้าพนักงานที่ดินเห็นว่าโจทมีอายุยังไม่ครบ ๒๐ ปี และไม่มีผู้ปกครองจึงไห้ลงชื่อโจทไว้ไนโฉนดที่ดินซึ่งเปนมรดกของนายสุดรวมกับผู้ขอรับมรดกไนที่ดินนั้น ๆ ทุกโฉนดร่วมทั้งโฉนดที่ดินรายพิพาทนี้ด้วย. สาลชั้นต้นพิจารนาแล้วเห็นว่า ข้อที่จำเลยและผู้ร้องสอดต่อสู้ว่า โจทมีชื่อไนโฉนดโดยไม่มีกัมสิทธินั้น เมื่อได้ยินยอมไห้โจทมีชื่อร่วมไนโฉนดด้วยโดยไม่มีการผิดหลง ต้องถือว่าโจทได้กัมสิทธิเปนเจ้าของรวมตามซึ่งมีชื่อโฉนดตั้งแต่ขนะนั้นจึงพิพากสาไห้แบ่งที่ดินรายพิพาทไห้แก่โจท ๑ ไน ๔ จำเลยและผู้ร้องต่ออุธรน์ สาลอุธรน์เห็นว่า จำเลยกับผู้ร้องสอดย่อมได้กัมสิทธิที่ดินรายพิพาทตามส่วนที่เขาได้ครอบครองมาตามประมวนแพ่ง ฯ มาตรา ๑๓๘๒,๑๓๘๕ โจทหามีสิทธิฟ้องขอแบ่งที่ดินรายพิพาทนี้ไม่ จึงพิพากสากลับไห้ยกฟ้อง โจทดีกา สาลดีกาเห็นว่าจิงหยู่ตามพระราชบัญญัติการออกโฉนดที่ดินมาตรา ๓๕ ว่า ผู้ที่มีชื่อไนหน้าโฉนดเปนเจ้าของกัมสิทธิ แต่บทบัญญัตินี้เปนเพียงข้อสันนิถานเมื่อข้อเท็ดจิงปรากตชัดว่าที่แท้ผู้ที่มีชื่อไนหน้าโฉนดไม่มีกัมสิทธิไนที่ดินแล้ว ระหว่างกันเองสาลย่อมวินิฉัยข้อพิพาทไปตามความเปนจิง กล่าวคือ สาลยอมไห้ผู้ถือกัมสิทธิอันแท้จิงนำสืบลบล้างข้อสันนิถานตามมาตรา ๓๕ ได้ และโจทจะคัดค้านว่า จำเลยครอบครองที่ดินแทนโจทตามประมวนแพ่งฯ มาตรา ๑๓๘๑ ก็ไม่ได้ โดยระหว่างกันเองโจทไม่เคยมีกัมสิทธิไนที่รายพิพาทจำเลยต่างหากเปนผู้มีกัมสิทธิครอบครองเพื่อตนเอง จำเลยไม่เคยสแดงว่าได้ยึดถือครอบครองแทนโจทแต่หย่างไรเลย จึงพิพากสายืนตามสาลอุธรน์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1031/2485 นางเพิ่ม ขำแพ โจทก์ นางหงิม จำเลย นางทรัพย์ เนตตุ้ม ,นายไปล่ เนตตุ้ม ผู้ร้องสอด

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเพิ่ม ขำแพ · จำเลย - นางหงิม · ผู้ร้องสอด - นางทรัพย์ เนตตุ้ม ,นายไปล่ เนตตุ้ม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ว.จ. นิติสาตรไพสาล · ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ · ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - หลวง+ · ศาลอุทธรณ์ - พระนิติ+
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 5473/2548ฎีกา 759/2494ฎีกา 231/2482ฎีกา 4415/2528ฎีกา 2135/2518ฎีกา 194/2543ฎีกา 4041/2542ฎีกา 643/2497ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3886/2566ฎีกา 5712/2541ฎีกา 70/2518ฎีกา 4470/2543ฎีกา 2170/2517ฎีกา 591/2513ฎีกา 916/2509ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 848/2534ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4636/2543ฎีกา 4185/2547ฎีกา 602/2490ฎีกา 546/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา