คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 295/2485
ย่อคำพิพากษา
ตำรวจมีหมายค้นเข้าค้นบ้านโดยมิได้รับอนุญาตจากคนในบ้าน เพราะเป็นขณะที่เจ้าของไม่อยู่ เป็นการกระทำที่มีมูลในความผิดฐานบุกรุก
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกเข้าไปในเคหะสถานของโจทก์ เอากะสุนปืนซุกใส่ไว้ในตู้โจทก์ แล้วแกล้งจับโจทก์ไปพร้อมกับสิ่งของหลายอย่าง และไปแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานตำรวจกับเบิกความเท็จต่อศาลว่าสิ่งของนั้นเป็นของโจทก์ และโจทก์มีกะสุนปืนไม่ได้รับอนุญาต ศาลชั้นต้นสั่งว่าคดีไม่มีมูลฐานบุกรุก และคดีสำหรับจำเลยที่ ๑ มีมูลฉะเพาะนอกจากข้อหาฐานบุกรุกเท่านั้น.
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน.
โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าแม้จำเลยจะมีหมายค้น แต่ก่อนจะเข้าค้นบ้านโจทก์จะต้องจัดการสั่งโจทก์หรือคนในบ้านหรือผู้รักษาบ้านให้ยอมให้เข้าไปเสียก่อน คดีนี้ไม่ได้ความว่าจำเลยได้จัดการตามที่กฎหมายบังคับนี้อย่างใด ได้ตรงเข้าไปในบ้านโจทก์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ใด การกระทำของจำเลยจึงมีมูลในความผิดฐานบุกรุก จึงพิพากษาแก้ศาลอุทธรณ์ให้รับฟ้องโจทก์ในความผิดฐานบุกรุกด้วย.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 295/2485
นายอำพัน เกษสมบูรณ์ โจทก์
นายสิบตำรวจโท สำลี ที่ 1 นายสิบตำรวจตรี สมัคร์ ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายอำพัน เกษสมบูรณ์ · จำเลย - นายสิบตำรวจโท สำลี ที่ 1 นายสิบตำรวจตรี สมัคร์ ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อิศร · อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ · ธรรมบัณฑิต |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นาย จิตต์ พิวาศะบุตร์ · ศาลอุทธรณ์ - พระวรวุฒิ วินิจฉัย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา