คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 600/2485
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยมีหน้าที่ปกครองรักษาเงินของนักโทษที่ได้รับมอบหมาย เมื่อยักยอกเงินนั้นไป ถือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 131 ไม่ใช่มาตรา 319
ย่อคำพิพากษา
จำเลยมีหน้าที่รับเงินจากนักโทษเพื่อส่งแก่ผู้บังคับบัญชาโดยข้อบังคับเรือนจำห้ามมิให้นักโทษเก็บเงินเอง ระหว่างจำเลยรับเงินมาได้ชื่อว่ามีหน้าที่ปกครองรักษาเงินนั้นเมื่อยักยอกเสียเป็นผิดตาม ม.131 ไม่ใช่ 319่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นเสมียนเรือนจำบางขวางมีหน้าที่รับมอบเงินและสิ่งของของนักโทษแล้วส่งต่อผู้บังคับบัญชา จำเลยรับเงินจากนักโทษชายถึง ๑๐๗ บาท ๒๙ สตางค์ แต่นำส่งเพียง ๗ บาท ๒๙ สตางค์นอกนั้นยักยอกเสีย ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๓๑๙ ข้อ ๓ ให้จำคุก ๑ ปี ๖ เดือน และให้คืนเงินให้ผู้เสียหาย
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ลงโทษตามมาตรา ๑๓๑ แต่กำหนดโทษคงเดิม มีความเห็นแย้งว่าควรพิพากษายืน
จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าการที่จำเลยมีหน้าที่รับเงินจากนักโทษเพื่อส่งแก่ผู้บังคับบัญชาตามระเบียบของเรือนจำซึ่งห้ามมิให้นักโทษเก็บเงินเองดังนี้ ระหว่างที่จำเลยได้รับเงินมาก็เรียกได้ว่าจำเลยมีหน้าที่ปกครองรักษาเงินนั้น แม้จะเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะนำส่งผู้บังคับบัญชาก็ตามเมื่อจำเลยยักยอกเอาเป็นประโยชน์ส่วนตัวเสียก็ต้องมีผิดตามมาตรา ๑๓๑ จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 600/2485
อัยการนนทบุรี โจทก์
นายถม ครุทะเสน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการนนทบุรี · จำเลย - นายถม ครุทะเสน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เคลื่อน อิสรภักดี · เคลื่อน อิสรภักดี · เคลื่อน อิสรภักดี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - พระนิตินาทประ+ · ศาลอุทธรณ์ - พระทิพยประชา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา