คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 935/2485
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์อ้างว่าใบมอบฉันทะเป็นลายมือโจทก์และภรรยาหรือไม่นั้น เป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะต้องนำสืบให้ศาลเห็นว่าใบมอบฉันทะดังกล่าวเป็นลายมือโจทก์จริง
ย่อคำพิพากษา
โจทฟ้องขอไห้สาลสั้งว่าไบมอบฉันทะที่มีลายมือโจทเปนโมคะและขอไห้ทำลายการโอนระหว่างโจทกับจำเลย ซึ่งจำเลยไห้การปติเสธ คดีมีประเด็นว่าไบมอบฉันทะเปนลายมือโจทและภรรยาหรือไม่ จำเลยมิได้มีพยานผู้ชำนาญมาสืบ จึงไม่ควนฟังว่าเปนลายมือโจทนั้น เปนหน้าที่โจทต้องนำสืบ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้โจทฟ้องขอไห้สาลสั่งว่าไบมอบฉันทะเปนโมคะและขอไห้ทำลายการโอนขายที่ดินระหว่างนายย้อยผู้รับมอบจากโจทผู้ขายจำเลยผู้ซื้อตามโฉนดที่ ๙๗๙๕ และโฉนดที่ ๔๒๘ นั้นเสีย คืนนา ๒ แปลงไห้โจทกับนางช้อยถ้าคืนมาไม่ได้ก็ไห้ไช้ค่าเสียหาย ๕๐๐๐ บาท
สาลชั้นต้นและสาลอุธรน์วินิฉัยต้องกันว่าโจทกับนางช้อยได้ลงลายมือไนไบมอบฉันทะโอนมาไห้จำเลยเพื่อเปนการไช้หนี้จำเลย จึงพิพากสายกฟ้องโจท.
โจทดีกา สาลดีกาเห็นพ้องด้วยกับข้อวินิฉัยของสาลล่างทั้งสองที่ว่าโจทกับนางช้อยภรรยาได้ลงลายมือไบมอบฉันทะโอนโฉนด ๒ ฉบับนั้นขายแก่จำเลย เนื่องจากโจทเปนหนี้จำเลยหยู่จิง.
ข้อที่โจทดีกาว่าเปนหน้าที่จำเลยต้องนำสืบว่าไบมอบฉันทะเปนลายมือโจทและภรรยาหรือไม่ แต่จำเลยมิได้มีพยานผู้ชำนาณมาสืบจึงไม่ควนฟังว่าเปนลายมือโจทนั้น สาลดีกาเห็นว่าประเด็นข้อนี้โจทเปนผู้อ้างว่าจำเลยเปนผู้ปลอมขึ้น ฝ่ายจำเลยปติเสธ ตามกดหมายต้องตกเปนหน้าที่โจทสืบ หาไช่หน้าที่จำเลยไม่รูปคดีของโจทไม่มีทางชนะคดีได้ จึงพิพากสายืนตามสาลอุธรน์.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 935/2485
นายแก่น ไชทอง โจทก์
นายบุรจ๊อง ผาสุกดี จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายแก่น ไชทอง · จำเลย - นายบุรจ๊อง ผาสุกดี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ · ว.จ. นิติสาตรไพสาล · อ.ช. เพ็นชาติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายสิทธิ เกตุ+ · ศาลอุทธรณ์ - พระพรหมปริญญา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา