คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 307/2486
ย่อคำพิพากษา
การขอแก้ฟ้องเมื่อสืบพยานโจทหมดแล้ว +สืบตัวจำเลยอีก 1 ปากเช่นนี้ ฟ้องแสดงเหตุอันควนไนการขอแก้นั้น ขอแก้ฟ้องเพียงแต่กล่าวว่าฟ้องโจทคลาดเคลื่อนเพราะเหตุไดโจทไม่ได้กล่าว ถือว่าขอแก้โดยไม่มีเหตุอันควน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทฟ้องขอไห้ลงโทสจำเลยถานทำร้ายร่างกายตามมาตรา ๒๕๔
จำเลยไห้การปติเสธ
ชั้นพิจารนา เมื่อสืบพยานโจทหมดแล้ว และตัวจำเลย ๑ ปาก โจทยื่นคำร้องว่า ฟ้องโจทคลาดเคลื่อนขอแก้ฟ้องฉเพาะที่เกิดเหตุว่าเหตุเกิดที่ตำบนบ้านบัวจำเลยได้แถลงคัดค้านแต่สาลสั่งอนุญาตไห้โจทแก้เมื่อเส็ดการพิจารนาแล้ว สาลชั้นต้นตัดสินลงโทสจำคุกจำเลย ๔ เดือน ตาม ม.๒๕๔
จำเลยอุธรน์ สาลอุธรน์พิพากสากลับไห้ยกฟ้องโจท ปล่อยจำเลย
โจทดีกา สาลดีกาเห็นว่าการยื่นคำร้องขอแก้ฟ้องนี้ โจทจะต้องแสดงว่ามีเหตุอันควนไนการขอแก้ต่อสาลตาม ม.๑๖๓ ประมวนวิธีพิจารนาความอาญา แต่ตามคำร้องโจทมิได้แสดงเหตุหย่างไดเปนแต่ว่าฟ้องเดิมคลาดเคลื่อน แต่คลาดเคลื่อนเพราะเหตุไดไม่ได้กล่าว ส่วนที่อ้างว่าขอแก้นี้ไม่ทำไห้จำเลยเสียเปรียบ และสาลได้เคยสั่งอนุญาตไห้แก้นั้นก็ไม่ไช่เหตุที่ขอแก้ จึงพิพากสายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 307/2486
อัยการบุรีรัมย์ โจทก์
นายติ้ว จเรินรักส์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการบุรีรัมย์ · จำเลย - นายติ้ว จเรินรักส์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ · ชม จามรมาน · ท.อ.บุปผเวส. |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายปาลพันธ์ + · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา