⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 521/2488

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 521/2488

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. สัญญาจะซื้อขายที่ดินซึ่งอยู่ในเขตเวนคืนนั้นมีผลผูกพันคู่สัญญา 2. สัญญาจะซื้อขายที่ดินที่กำหนดวันโอนในระหว่างที่กฎหมายห้ามโอนนั้น ผู้ซื้อสามารถบังคับให้โอนได้

ย่อคำพิพากษา

ที่ดินซึ่งอยู่ในเขตต์เวนคืนนั้นทำสัญญาจะซื้อขายต่อกันได้ ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินและกำหนดไปโอนในเวลาซึ่งอยู่ในระหว่างกฎหมายห้ามโอนภายหลังแบ่งแยกโฉนดแล้ว ผู้ซื้อก็ขอบังคับให้โอนได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.113 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.153 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.205 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.219 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.368 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.386 พระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ.2482 ม.46 พระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ.2482 ม.50

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑-๒ เป็นสามีภรรยากัน จำเลยที่ ๑ ด้วยความรู้เห็นยินยอมของจำเลยที่ ๒ ได้ทำสัญญาจะขายที่ดินซึ่งมีชื่อจำเลยทั้งสองเป็นเจ้าของให้แก่โจทก์ โดยมีข้อสัญญาว่าจะไปโอนที่ต่อเจ้าพนักงานทะเบียนที่ดินในวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๔๘๘ จำเลยได้รับเงินมัดจำไว้แล้ว เมื่อทำสัญญากันแล้ว ที่ดินรายนี้ถูกตัดถนนและได้แยกโฉนดที่ถูกตัดถนนเรียบร้อยแล้ว จำเลยสามารถจะโอนขายที่ดินให้โจทก์ได้ แต่จำเลยบิดพลิ้วไม่ทำการโอน จึงขอให้ศาลบังคับ จำเลยรับว่าได้ทำสัญญาขายที่ให้โจทก์จริง แต่ต่อสู้ว่าโจทก์รู้อยู่แล้วว่าที่ดินรายนี้จะต้องถูกตัดถนน จำเลยไม่มีสิทธิเอาที่ดินของจำเลยไปทำสัญญาขายให้โจทก์ เพราะเป็นการต้องห้ามตามพระราชบัญญัติทางหลวง สัญญาจะซื้อขายจึงเป็นโมฆะ เงินมัดจำจำเลยได้คืนให้โจทก์ไปแล้ว และว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาด้วย ชั้นพิจารณาโจทก์แถลงว่าที่ดินของจำเลยส่วนที่ถูกตัดถนนได้โอนให้รัฐบาลและได้แก้โฉนดแล้ว ฝ่ายจำเลยรับว่าอยู่ในฐานะที่จะขายได้ แต่ไม่ขายเพราะสัญญาเป็นโมฆะ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า สัญญาซื้อขายไม่ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติทางหลวงบังคับให้จำเลยไปทำสัญญาโอนขายที่ดินให้โจทก์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า สัญญาจะซื้อขายไม่เป็นโมฆะ แต่ตามข้อสัญญาได้มีกำหนดเวลาให้ไปโอนกรรมสิทธิกันภายในวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๔๘๘ อันเป็นเวลาที่พระราชกฤษฎีกาหวงห้ามยังใช้อยู่เมื่อกำหนดเวลาโอนไม่ได้โดยต้องห้ามตามกฎหมาย นิติกรรมนั้นก็สิ้นผลใช้บังคับไม่ได้ตาม ป.แพ่งมาตรา ๑๕๓ ให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาเห็นว่า ตามสัญญาและพฤติการณ์ที่ปรากฎในสำนวนเห็นได้ว่ากำหนดเวลาที่คู่สัญญาตกลงให้ไปทำสัญญาโอนที่ดินนั้นไม่ใช่สาระสำคัญของนิติกรรม เพราะไม่มีอะไรที่จะแสดงให้เห็นว่าคู่สัญญามีเจตนาจะไม่ซื้อไม่ขายถ้าไม่ได้โอนกันภายในกำหดคู่สัญญามีเจตนาเพียงถือเอากำหนดเวลาโอนเป็นกำหนดเวลาชำระหนี้เท่านั้น ซึ่งจะต้องบังคับตามประมวลแพ่งฯ มาตรา ๒๐๕ เมื่อจำเลยยังอยู่ในฐานะที่จะโอนที่ดินให้โจทก์ได้จะอ้างว่าการชำระหนี้ของโจทก์เป็นพ้นวิสัย เพื่อให้คนหลุดพ้นจากการชำระหนี้ไม่ได้และที่ดินอันเป็นการต้องห้ามตามพระราชบัญญัติทางหลวง จำเลยเป็นเพียงทำสัญญาจะซื้อขายเท่านั้น พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้โจทก์ชนะคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 521/2488 นางสำอาง เสรีบุตร์ โจทก์ นายโต๊ะ ทรัพย์สนอง นางอ่อน ทรัพย์สนอง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสำอาง เสรีบุตร์ · จำเลย - นายโต๊ะ ทรัพย์สนอง นางอ่อน ทรัพย์สนอง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประมูล สุวรรณศร · มนูภันย์วิมลสาร · นาถปรีชา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายธงสิทธิ พวงกนก · ศาลอุทธรณ์ - นายสารนิติ สัตยาบัน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 591/2531ฎีกา 2494/2553ฎีกา 3245/2534ฎีกา 2821/2522ฎีกา 231/2482ฎีกา 2409/2551ฎีกา 6239/2551ฎีกา 763/2484ฎีกา 4590/2553ฎีกา 3760/2533ฎีกา 42/2516ฎีกา 548/2522ฎีกา 5434/2536ฎีกา 3583/2524ฎีกา 2657/2534ฎีกา 1479/2526ฎีกา 1037/2540ฎีกา 2794/2526ฎีกา 3024/2528ฎีกา 1453/2542ฎีกา 1061/2511ฎีกา 601/2537ฎีกา 3053/2527ฎีกา 1225-1235/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา