คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 522/2488
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การลงโทษจำเลยต้องเป็นไปตามกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะที่ศาลมีคำพิพากษา แม้ว่าการกระทำความผิดจะเกิดขึ้นในขณะที่กฎหมายฉบับอื่นมีผลบังคับใช้ก็ตาม หากกฎหมายฉบับหลังมีโทษเบากว่า ให้ลงโทษตามกฎหมายฉบับหลัง
ย่อคำพิพากษา
ลักทรัพย์ในขณะมีสัญญาณภัยทางอากาศในขณะที่ใช้ พ.ร.ก.คุ้มครองทรัพย์สินของประชาชนฯ 2487 แต่เมื่อคดีสู่ศาลสูงเป็นเวลาใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองทรัพย์สินของประชาชน 2488 ศาลสูงต้องลงโทษจำเลยตามกฎหมายฉบับหลังซึ่งมีโทษเบากว่า
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ในขณะมีสัญญาณภัยทางอากาศตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๒๙๓ และพระราชกฤษฎีกาคุ้มครองทรัพย์สินของประชาชนเมื่อมีภัยทางอากาศ พ.ศ. ๒๔๘๗ มาตรา ๓
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยตามฟ้อง ให้จำคุกจำเลย ๑๒ ปี
ศาลฎีกาเห็นว่า พระราชกฤษฎีกาคุ้มครองทรัพย์สินของประชาชนเมื่อมีภัยทางอากาศ พ.ศ.๒๔๘๗ ได้มีพระราชกฤษฎีกายกเลกเสียแล้วและมีพระราชบัญญัติคุ้มครองทรัพย์สินของประชาชน พ.ศ.๒๔๘๘ ใช้บังคับอยู่ในเวลานี้ เป็นกฎหมายที่มีโทษเบาแก่ผู้ต้องหา จึงพิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๒๙๓ ประกอบด้วยพระราชบัญญัติคุ้มครองทรัพย์สินของประชาชนเมื่อมีภัยทางอากาศ พ.ศ.๒๔๘๘ มาตรา ๓ อนุมาตรา ๒ ให้จำคุกจำเลยไว้ ๒ ปี ๖ เดือน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 522/2488
อัยยการสุพรรณบุรี โจทก์
นายลอย รูปงามสม จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการสุพรรณบุรี · จำเลย - นายลอย รูปงามสม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประมูล สุวรรณศร · มนูภันย์วิมลสาร · นาถปรีชา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - +ารณ์ มูลสวัสดิ์ · ศาลอุทธรณ์ - +ปริญญา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา