⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 801/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 801/2505

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยเป็นคนสัญชาติไทย กระทำความผิดนอกราชอาณาจักร ผู้เสียหายร้องขอให้ลงโทษภายในราชอาณาจักรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 8 โจทก์ไม่มีหน้าที่นำสืบว่าไม่มีข้อห้ามตามมาตรา 10.

ย่อคำพิพากษา

คดีที่จำเลยเป้นคนสัญชาติไทย กระทำผิดฐานปล้นทรัพย์นอกราชอาณาจักร ซึ่งผู้เสียหายได้ร้องขอให้ลงโทษจำเลยภายในราชอาณาจักร ต้องตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 8 นั้น โจทก์ไม่มีหน้าที่ต้องนำสืบแสดงว่าไม่มีข้อห้ามมีให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 10 อีก.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.8 ประมวลกฎหมายอาญา ม.10

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกอีก ๒ คนสมคบกันชิงทรัพย์ของบริษัทไทยยงพาณิชย์ซึ่งนายกรี เจียกเจิม เป็นผู้จัดการอยู่ในความดูแลรักษาของนายสมชาย แดงเผือกไป ๑๖,๔๔๐ บาท ได้ใช้ปืนขู่จะยิง และใช้ไม้ฆ้อนตีนายน้อย พันทะนี ใช้หมัดทำร้ายเด็กชายป๊อด พันทะนี ใช้เชือกมัดนายน้อย นายบุญเลี้ยง และใช้อาวุธปืนยิง เหตุเกิดที่ตำบลหัวเชียง อำเภอเมืองเวียงจันทน์ จังหวัดเวียงจันทน์ประเทศลาว เจ้าทรัพย์ได้ร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานเพื่อขอให้ว่ากล่าวเอาโทษแก่จำเลยแล้ว ศาลในประเทศทีจำเลยไปกระทำผิดไม่ได้มีคำพิพากษาอันถึงที่สุดให้ปล่อยตัวจำเลยหรือพิพากษาให้ลงโทษและจำเลยได้พ้นโทษไปแล้ว พนักงานสอบสวนอำเภอเมืองหนองคายโดยอนุมัติจากอธิบดีกรมอัยการได้ทำการสอบสวนแล้ว ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๐,๓๔๐ ให้คืนหรือใช้ทรัพย์ที่ยังไม่ด้คืนด้วย จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นเชื่อว่าจำเลยกระทำผิดจริง พิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรค ๔ จำคุกไว้คนละ ๒๐ ปี ให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ๓,๓๕๐ บาท ที่ยังไม่ได้คืนแก่เจ้าทรัพย์ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า พยานโจทก์เบิกความแตกต่างกัน ตกอยู่ในฐานสงสัย จึงพิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาเห็นว่า คำเบิกความของพยานโจทก์ที่แตกต่างกันไม่ใช่ข้อสำคัญ ไม่มีข้อส่งสัยอย่างใดว่าพยานจะไม่ได้เห็นคนร้าย พยานฐานที่อยู่ของนายกองจำเลยไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานโจทก์ได้ คดีนี้จำเลยเป็นคนสัญชาติไทยและผู้เสียหายได้ร้องขอให้ลงโทษ ศาลฎีกาประชุมใหญ่มีมติว่า คดีต้องด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘ ซึ่งจำเลยจะต้องรับโทษภายในราชอาณาจักรโจทก์ไม่มีหน้าที่ต้องแสดงว่าไม่มีข้อห้ามมีให้ลงโทษตามมาตรา ๑๐ เพราะจำเลยไม่ได้โต้เถียงและคดีก็ไม่ได้ความว่ามีข้อห้ามมิให้ลงโทษจำเลยเช่นนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องตามที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษนายกองจำเลยมา พิพากษาแก้ ให้บังคัดคดีสำหรับตัวนายกองจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นทุกประการ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 801/2505 อัยการจังหวัดหนองคาย โจทก์ นายกอง เมืองแทน ที่ 1 นายระดมหรืออ้วน พิมพ์มล ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดหนองคาย · 1 - นายกอง เมืองแทน ที่ · จำเลย - นายระดมหรืออ้วน พิมพ์มล ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จิตติ ติงศภัทิย์ · บริรักษ์จรรยาวัตร · พจน์ ปุษปาคม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดหนองคาย - ปนายประพันธ์ พรรณรักษา · ศาลอุทธรณ์ - นายเพรียง โรจนรัส
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 312/2558ฎีกา 1012/2484ฎีกา 108/2488ฎีกา 1241/2481ฎีกา 412/2491ฎีกา 197-198/2491ฎีกา 60/2488ฎีกา 752/2472ฎีกา 522/2488ฎีกา 463/2488ฎีกา 464/2488ฎีกา 348/2488ฎีกา 449/2490ฎีกา 57/2508ฎีกา 59/2488ฎีกา 4901/2555ฎีกา 79/2488ฎีกา 61/2490ฎีกา 623/2485ฎีกา 865/2484ฎีกา 458/2503ฎีกา 612/2472ฎีกา 1950/2542ฎีกา 621-622/2491
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา