⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 458/2503

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 458/2503

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดฐานลักทรัพย์และรับของโจรที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ แม้กฎหมายไทยจะไม่ได้กำหนดให้ต้องนำสืบว่าการกระทำนั้นเป็นความผิดตามกฎหมายต่างประเทศด้วยก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ความผิดฐานลักทรัพย์และรับของโจรซึ่งคนไทยทำขึ้นในต่างประเทศ นั้น ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 8 มิได้มีข้อความกำหนดให้โจทก์จำต้องนำสืบว่า จะต้องเป็นการกระทำที่กฎหมายในต่างประเทศบัญญัติว่า เป็นความผิด ทั้งความผิดทั้งสองฐานนี้ก็ได้มีบัญญัติไว้ใน มาตรา 8 (8) (12) แล้วฉะนั้นถึงแม้ความผิดทั้งสองฐานนี้จะเกิดในต่างประเทศ โจทก์ก็ไม่จำเป็นต้องนำสืบว่าควรผิดดังกล่าว เป็นความผิดตามกฎหมายของต่างประเทศนั้น ๆ ด้วย (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 5/2503)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.10 ประมวลกฎหมายอาญา ม.8

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า ได้มีคนร้ายบังอาจร่วมกันลักช้างของนายโพติไป ๑ เชือก เหตุเกิดที่ตำบลปางไห้ อำเภอผาปูน จังหวัดผาปูน ประเทศสหภาพพม่า จำเลยกับพวกได้ครอบครองช้างของเจ้าทรัพย์ซึ่งถูกลักไป ทั้งนี้โดยจำเลยกับพวกได้ร่วมกันลักช้างไปหรือมิฉะนั้นจำเลยกับพวกได้ร่วมกันรับช้างของเจ้าทรัพย์ที่ถูกคนร้ายลักไปโดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นของที่ได้มาโดยการกระทำผิดฐานลักทรัพย์ ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์แล้ว และจำเลยยังไม่เคยถูกฟ้อง คดีนี้ต่อศาลแห่งประเทศสหภาพพะม่า มาก่อน จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์กล่าวว่า การกระทำผิดฐานลักทรัพย์เกิดในต่างประเทศ แต่โจทก์ได้นำสืบไม่ว่า การลักช้างเป็นความผิดตามกฎหมายของประเทศนั้นไม่ จึงรู้ไม่ได้ว่าช้างของกลางเป็นของที่ได้มาจากการทำผิดกฎหมายหรือไม่ อันเป็นการขาดองค์ประกอบความผิดฐานรับของโจร ศาลจึงลงโทษจำเลยไม่ได้ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า บัดนี้ ได้มีประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘ ได้บัญญัติระบุความผิดต่าง ๆ ไว้แล้ว ว่าความผิดชนิดใดบ้างที่คนไทยไปกระทำผิดนอกราชอาณาจักร จะต้องรับโทษภายในราชอาณาจักร และความผิดที่ระบุไว้นี้ โจทก์หาจำต้องนำสืบว่าเป็นความผิดในประเทศนั้นแต่ประการใดเลย คดีนี้โจทก์ฟ้องเข้าเกณฑ์ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้แล้ว ศาลย่อมลงโทษจำเลยได้ พิพากษายก ให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงแล้วพิพากษาใหม่ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่ ได้บัญญัติว่า ความผิดฐานลักทรัพย์และรับของโจรนี้ ตาม ประมวลกฎหมายอาญา ม. ๘ มิได้มีข้อความกำหนดให้โจทก์จำต้องนำสืบว่า จะต้องเป็นการกระทำที่กฎหมายในสหภาพพะม่าบัญญัติว่า เป็นความผิดแต่ประการใด ทั้งการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์และรับของโจรนี้ ก็ได้มีบัญญัติไว้ใน มาตรา ๘ (๘) (๑๒) แล้วฉะนั้นโจทก์ก็ไม่จำเป็นต้องนำสืบดังที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยมา เท่าที่ศาลอุทธรณ์ย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษาคดีใหม่นั้น ชอบแล้ว พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 458/2503 พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ โจทก์ นายทองดี ชาติบุรุษ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ · จำเลย - นายทองดี ชาติบุรุษ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประจักษ์ศุภอรรถ · สัญญา ธรรมศักดิ์ · พิทักษ์มนูศาสตร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายดนัย อินทรบุรี · ศาลอุทธรณ์ - นายศริ มลิลา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 312/2558ฎีกา 1012/2484ฎีกา 157/2480ฎีกา 108/2488ฎีกา 1241/2481ฎีกา 801/2505ฎีกา 412/2491ฎีกา 364/2498ฎีกา 197-198/2491ฎีกา 60/2488ฎีกา 522/2488ฎีกา 463/2488ฎีกา 464/2488ฎีกา 348/2488ฎีกา 449/2490ฎีกา 57/2508ฎีกา 59/2488ฎีกา 79/2488ฎีกา 61/2490ฎีกา 123/2490ฎีกา 623/2485ฎีกา 865/2484ฎีกา 1950/2542ฎีกา 621-622/2491
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา