คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 621-622/2491
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การใช้กฎหมายที่แก้ไขเพิ่มเติมภายหลังการกระทำผิด จะต้องพิจารณาว่ากฎหมายใหม่เป็นคุณแก่ผู้กระทำผิดหรือไม่ หากเป็นคุณ ให้ใช้กฎหมายใหม่บังคับแก่คดีตามหลักกฎหมายอาญา
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยมีข้าวสารเกินปริมาณโดยมิได้รับอนุญาต เมื่อวันที่ 20 และ 23 ตุลาคม 2489 ขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.สำรวจและกักกันข้าว พ.ศ.2489 ฉะบับที่ 1 และที่ 2 พระราชบัญญัติฉะบับที่ 2 ออกใช้ภายหลังวันที่หาว่าจำเลยกระทำผิด และยกเลิกความในมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.ฉะบับที่ 1 แล้วบัญญัติให้ผู้มีข้าวสารเกินปริมาณแจ้งปริมาณและสถานที่เก็บต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำหนด ดังนั้น จำเลยจะมีผิดตาม พ.ร.บ.ฉะบับที่ 2 มาตรา 5 ต่อเมื่อมีประกาศของพนักงานเจ้าหน้าที่แล้วไม่ไปแจ้ง พ.ร.บ.ฉบับที่ 2 จึงบัญญัติเป็นคุณแก่จำเลย ต้องยอก พ.ร.บ.ฉบับนี้ขึ้นปรับแก่คดีตาม ก.ม.อาญามาตรา 8 ย่อมเอาผิดแก่จำเลยไม่ได้.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
กฎหมายลักษณะอาญา ม.8 ประมวลกฎหมายอาญา ม.8 พระราชบัญญัติสำรวจและห้ามกักกันข้าว (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2489 ม.5 พระราชบัญญัติสำรวจและห้ามกักกันข้าว พ.ศ.2489 ม.7 คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า หาว่าจำเลยมีข้าวสารเกินปริมาณโดยมิได้รับอนุญาต เมื่อวันที่ ๒๐ และ ๒๓ ตุลาคม ๒๔๘๙ ขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.สำรวจและกักกันข้าว ๒๔๘๙ มาตรา ๕, ๑๓, พ.ร.บ.สำรวจและกักกันข้าว (ฉะบับที่ ๒) ๒๔๘๙ มาตรา ๕ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามฟ้อง
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยกระทำผิดก่อนวันใช้ พ.ร.บ.สำรวจและกักกันข้าว (ฉะบับที่ ๒) ถ้าการกระทำของจำเลยไม่เป็นผิดตาม พ.ร.บ.ฉบับแรก ก็ไม่มีทางลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.ฉะบับหลังได้ พิจารณาตาม พ.ร.บ.ฉะบับแรก เห็นว่า การกระทำของจำเลยไม่เป็นผิดตาม ม.๗ จึงลงโทษจำเลยตาม ม.๑๓ ไม่ได้ คดีจึงไม่มีทางลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.ฉะบับหลัง ดังศาลชั้นต้นวินิจฉัยมา พิพากษายกฟ้อง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พ.ร.บ.สำรวจและกักกันข้าว ฉะบับที่ ๒ ออกใช้ภายหลังวันที่หาว่าจำเลยกระทำผิด ถ้าจะพิจารณาตาม พ.ร.บ.ฉะบับแรกแล้ว จำเลยน่าจะมีผิดตามมาตรา ๗ แห่ง พ.ร.บ.นี้ แต่ปรากฏว่าได้มี พ.ร.บ.ฉะบับที่ ๒ ออกใช้ยกเลิกความในมาตรา ๗ แห่ง พ.ร.บ.ฉะบับเดิม บัญญัติให้ผู้ที่มีข้าวเกินปริมาณไปแจ้งปริมาณและสถานที่เก็บเพื่อขอรับใบอนุญาต ภายในระยะเวลาที่คณะกรราการกำหนด จึงเห็นได้ว่า กฎหมายฉะบับหลังจะเอาผิดแก่ผู้มีข้าวเกินกำหนดในมาตรา ๕ ต่อเมื่อมีประกาสขอเจ้าพนักงานให้ไปแจ้งแล้วไม่ไปแจ้ง ฉนั้น เมื่อยกบทบัญญัติฉะบับหลังนี้มาปรับกับคดีจำเลยตาม ก.ม.อาญามาตรา ๘ ซึ่งบัญญัติให้ใช้กฎหมายที่เป็นคุณแก่จำเลยแล้ว ก็ย่อมเอาผิดจำเลยไม่ได้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 621 - 622/2491
อัยยการสุพรรณบุรี โจทก์
นายมุ่ยง้วน หิรัญยะวสิต จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการสุพรรณบุรี · จำเลย - นายมุ่ยง้วน หิรัญยะวสิต |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธรรมบัณฑิต · นาถปรีชา · นนทปัญญา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายเสลา หัมพานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - พระพิบูลไอศวรรย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา