คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 581/2488
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าทรัพย์เข้าจับกุมผู้กระทำความผิดอาญาจนเกิดการต่อสู้กัน ไม่ถือเป็นเจตนาทำร้ายเจ้าทรัพย์ หากไม่มีพยานหลักฐานอื่นแสดงเจตนาทำร้ายโดยตรง
ย่อคำพิพากษา
ในการที่จำเลยลักทรัพย์นั้นเจ้าทรัพย์เข้าจับจำเลยจนถึงกอดปล้ำกันล้มลุกคลุกคลานไป เมื่อเลิกกันแล้ว ปรากฏว่าแขนของเจ้าทรัพย์ฟกช้ำโดบไม่ปรากฏเหตุดั่งนี้ ไม่พอฟังได้ว่าจำเลยมีเจตนาทำร้ายเจ้าทรัพย์ ไม่มีผิดฐานชิงทรัพย์คงมีผิดแต่ฐานลักทรัพย์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษฐานชิงทรัพย์ตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๒๕๘,๒๕๙ และ ๖๓ ศาลชั้นต้นตัดสินลงโทษจำเลยฐานชิงทรัพย์ตามมาตรา ๒๙๔ ให้จำคุก ๓ ปี ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยลักทรัพย์จริง แต่ฟังไม่ได้ว่าจำเลยทำร้ายเจ้าทรัพย์ จึงพิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ในเคหะสถานในเวลาค่ำคืนและมีสาตราวุธตามม. ๒๙๕ ให้จำคุก ๓ ปี
โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยฐานชิงทรัพย์ ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาในข้อกฎหมาย
ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ฟังว่าในการที่จำเลยลักทรัพย์นั้นเจ้าทรัพย์เข้าจับจำเลยจนถึงกอดปล้ำกันล้มลุกคลุกคลานไป เมื่อเลิกกันแล้วปรากฎแขนของเจ้าทรัพย์ฟกช้ำ ซึ่งเจ้าทรัพย์อาจล้มไปถูกอะไรเข้าเองฟังไม่ได้ว่าจำเลยใช้สาตราวุธอะไรทำร้ายเจ้าทรัพย์ คดีไม่เข้าบทกฎหมายฐานชิงทรัพย์ เพราะไม่ปรากฎว่าจำเลยใช้กำลังกระทำร้ายเจ้าทรัพย์ เพื่อเหตุอย่างหนึ่งอย่างใดดั่งที่กำหนดไว้ในมาตรา ๒๕๘ จึงพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฎีกาโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 581/2488
อัยยการนครราชสีมาและนายเทศ ไชยฤทธิ์ โจทก์
นายเลี่ยม แดงใหม่ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการนครราชสีมาและนายเทศ ไชยฤทธิ์ · จำเลย - นายเลี่ยม แดงใหม่ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มนูภันย์วิมลสาร · ธรรมบัณฑิต · มนูภัณย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายเช้า เฉลิมช่วง · ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยทัศน์ปฏิภาณ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา