⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 457/2489

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 457/2489

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136, 137 และ 138 ต้องมีเจตนาทุจริต และการอ้างว่าไม่รู้กฎหมายจะนำมาเป็นข้อแก้ตัวให้พ้นผิดได้ต่อเมื่อได้กระทำความผิดครบองค์ประกอบความผิดตามกฎหมายแล้วเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

ความผิดตาม ม.136,137,138 ผู้กระทำจะต้องมีเจตนาทุจริต กำนันเรียกค่าเปรียบเทียบความโดยเข้าใจว่ามีสิทธิเรียกได้ดังนี้ ไม่มีความผิด ปัญหาว่า จำเลยมีเจตนาทุจริตหรือไม่นั้นเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายที่ไม่ยอมให้จำเลยยกเอาข้อที่ตัวไม่รู้กฎหมายมาเป็นข้อแก้ตัวให้พ้นผิดนั้น จะใช้ยันจำเลยได้ต่อเมื่อจำเลยได้กระทำผิดครบองค์ความผิดอันต้องมีโทษตาม ก.ม.ทุกประการแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.43 กฎหมายลักษณะอาญา ม.45 กฎหมายลักษณะอาญา ม.136 กฎหมายลักษณะอาญา ม.137 กฎหมายลักษณะอาญา ม.138 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.219 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.222

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีได้ความว่า จำเลยเป็นกำนันได้เปรียบเทียบกรณีที่นางปุ้ย เก็บเอาบัวลดน้ำของนางอ่อนไว้ว่าเป็นลักทรัพย์ให้นางปุ้ยเสียค่าสินไหมให้แก่นางอ่อน ๒๐ บาท แล้วจำเลยเรียกเงินค่าขึ้นศาลกำนัน ๑ บาท ๒๐ สตางค์ และชักเงินค่าสินไหมไว้อีก ๔ บาท และทำบันทึกข้อตกลงยอมความให้ทั้งสองฝ่ายลงชื่อไว้ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษฐานเจตนาทุจจริตต่อหน้าที่ ตาม ก.ม.ลักษณะอาญา ม.๑๓๖,๑๓๗ และ ๑๓๘ ศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์คงฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยไม่มีเจตนาทุจจริต เพราะเดิมเมื่อเป็นดินแดนของฝรั่งเศสนั้น กำนันมีอำนาจเปรียบเทียบและชักเงินค่าธรรมเนียมได้ จึงพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกาในข้อกฎหมายว่า จำเลยจะอ้างความไม่รู้กฎหมายไทยว่า กำนันเปรียบเทียบไม่ได้ แล้วมาอ้างให้พ้นผิดไม่ได้ ศาลฎีกาเห็นว่า ความผิดตามที่โจทก์หาตาม ม.๑๓๖,๑๓๗ และ ๑๓๘ แห่ง ก.ม. ลักษณะอาญานั้น จะต้องปรากฎว่าผู้กระทำมีเจตนาทุจจริตเป็นองค์ประกอบ ซึ่งศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยไว้แล้วว่า จำเลยไม่มีเจตนาทุจจริต จึงเป็นอันยุตติเพราะเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกา คดีต้องฟังว่าจำเลยไม่ได้กระทำผิด ก.ม.ลักษณะอาญา ม.๔๕ ที่บัญญัติมิให้ยกเอาข้อที่ไม่รู้กฎหมายมาแก้ตัวให้พ้นผิดนั้น ย่อมหมายความว่าบุคคลได้กระทำผิดครบองค์ความผิดทุกประการแล้ว แต่หากอ้างว่าไม่รู้ตัวกฎหมายที่บัญญัติไว้ว่าเป็นความผิด ซึ่งไม่ได้กรณีนี้ฎีกาโจทก์สั่งไม่ขึ้น พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 457/2489 อัยยการนครจัมปาศักดิ์ โจทก์ นายแช่ม ประเสริฐรัตน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยยการนครจัมปาศักดิ์ · จำเลย - นายแช่ม ประเสริฐรัตน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประมูล สุวรรณศร · อิศรภักดีธรรมวิเทต · เลขวณิชธรรมวิทักษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายพจน์ ปุษปาคม · ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยการณ์โกวิท
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 529/2509ฎีกา 845/2543ฎีกา 2360/2539ฎีกา 412/2497ฎีกา 29/2485ฎีกา 364/2485ฎีกา 1536/2497ฎีกา 1079/2497ฎีกา 759/2496ฎีกา 218/2555ฎีกา 620/2490ฎีกา 1211/2536ฎีกา 369/2501ฎีกา 1782/2493ฎีกา 2826/2524ฎีกา 51/2502ฎีกา 191/2520ฎีกา 70/2489ฎีกา 686/2523ฎีกา 948/2487ฎีกา 504/2495ฎีกา 1019/2504ฎีกา 767/2490ฎีกา 73/2492
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา