คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 201/2490
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลใดอ้างว่าทรัพย์สินของตนตกอยู่ในความครอบครองของบุคคลอีกฝ่ายหนึ่งโดยอาศัยสิทธิอย่างใดอย่างหนึ่ง บุคคลผู้อ้างนั้นมีหน้าที่ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าทรัพย์สินนั้นตกอยู่ในความครอบครองของบุคคลอีกฝ่ายหนึ่งจริง
ย่อคำพิพากษา
ฟ้องว่ามอบที่มีใบไต่สวนให้เขายึดเป็นประกันเงินกู้มากกว่า 10 ปี ฝ่ายจำเลยต่อสู้ว่า โจทก์ขายให้ดังนี้ เป็นหน้าที่โจทก์ต้องนำสืบก่อน เพราะเป็นการกล่าวอ้างว่าเขาครอบครองแทน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อ ๑๐ ปีมาแล้ว โจทก์กู้เงินจำเลยแล้วมอบใบไต่สวนและที่ดินให้จำเลยเป็นประกัน ขอให้จำเลยรับเงินและคืนที่ดิน
จำเลยให้การต่อสู้ว่า โจทก์ขายให้จำเลย
ศาลชั้นต้นเห็นว่า เป็นหน้าที่ของจำเลยต้องนำสืบก่อนเมื่อจำเลยไม่นำสืบก็ต้องแพ้คดี จึงพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าโจทก์ต้องนำสืบก่อน จึงให้ศาลชั้นต้นพิจารณาต่อไป
โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์เป็นฝ่ายกล่าอ้างว่าจำเลยครอบครองในฐานะแทนโจทก์ จึงเป็นหน้าที่โจทก์ต้องนำสืบตามข้อตาม ส่วนใบไต่สวนไม่ใช่หนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ทั้งอยู่ในมือจำเลยกว่า ๑๐ ปีแล้ว จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 201/2490
นายใหญ่ ใจอ่อน โจทก์
นายอยู่ ใจอ่อน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายใหญ่ ใจอ่อน · จำเลย - นายอยู่ ใจอ่อน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นาถปรีชา · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · มนูภันย์วิมลสาร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - หลวงสุทธิ+ · ศาลอุทธรณ์ - พระนิ+ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา