⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 562/2490

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 562/2490

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนที่ศาลอุทธรณ์จะรับสำนวนไว้ อยู่ในอำนาจของศาลชั้นต้น และศาลที่มีอำนาจออกหมายบังคับคดีคือศาลชั้นต้นที่พิจารณาคดีนั้น

ย่อคำพิพากษา

การยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งคุ้มครองชั่วคราวนั้น ถ้าศาลอุทธรณ์ยังมิได้รับสำนวนลงสารบบก็เป็น เรื่องอยู่ในอำนาจหน้าที่ของศาลชั้นต้น การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเรื่องใดอย่างน้อยจะต้องมีคำฟ้องคำแก้ซึ่งศาลชั้นต้นส่งขึ้นมา ศาลที่มีอำนาจออกหมายบังคับคดีหรือทำคำวินิจฉัยเกี่ยวกับการบังคับคดี คือศาลที่พิจารณาคดีนั้นในชั้นต้น "ฯลฯ" การที่กฎหมายบัญญัติ มาตรา 240 และ 302 ไว้ก็เพื่อจะมิให้มีการก้าวก่ายสับสนหน้าที่กัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.240 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.254 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.255 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.266 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.267 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.302

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ศาลแพ่งสั่งยึดทรัพย์จำเลยไว้ก่อนคำพิพากษา เมื่อศาลแพ่งพิพากษายกฟ้องโจทก์แล้ว จึงสั่งถอนการยึดทรัพย์ โจทก์อุทธรณ์และยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งให้ยึดทรัพย์จำเลยต่อไป ศาลแพ่งสั่งยกคำร้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์สั่งให้ยึดทรัพย์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิพากษาให้ยกคกร้องศาลอุทธรณ์ โจทก์จึงยื่นคำร้องตรงต่อศาลอุทธรณ์ ขอให้สั่งคุ้มครองชั่วคราวโดยยึดทรัพย์จำเลย และยื่นคำร้องขอให้ศาลอุทธรณ์สั่งในกรณีฉุกเฉิน ศาลอุทธรณ์ฟังคำแถลงของโจทก์ประกอบคำร้องแล้ว สั่งให้ยึดทรัพย์จำเลยต่อไป จำเลยฎีกา ศาลฎีกาตัดสินว่า คำขอให้ยึดทรัพย์ก่อนคำพิพากษาเช่นนี้เมื่อพิจารณาตาม วิ.แพ่ง.ม. ๒๕๔ แล้วจะเห็นว่าให้ยื่นต่อศาลชั้นต้นและศาลชั้นต้นมีอำนาจสั่งอนุญาตหรือยกตลอดเวลาที่ยังมิได้ส่งสำนวนไปศาลอุทธรณ์ ส่วนข้อความที่ว่าไปจนถึงเวลาที่ศาลได้รับอุทธรณ์หรือฎีกานั้น คำว่าศาลในที่นี้ จะต้องแปลว่าศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาได้รับสำนวน มิได้หมายความว่าเมื่อศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์หรือฎีกา แล้วก็หมดอำนาจหน้าที่ของศาลชั้นต้นที่จะสั่งคำร้องนั้น เพราะมิฉะนั้นศาลชั้นต้นจะไม่มีโอกาสสั่งคำร้องตามมาตรานี้เลย เพราะก่อนที่จะสั่งอนุญาตให้ยึดทรัพย์ก่อนคำพิพากษา จะต้องมีคำฟ้องและศาลสั่งรับอุทธรณ์ที่เป็นมูลกรณีเสียก่อน ฉะนั้นการที่ศาลอุทธรณ์พิจารณาคำร้องโดยที่สำนวนยังมิได้สู้ศาลอุทธรณ์ และลงสารบบแล้วนั้น จึงเป็นการฝ่าฝืนกระบวนวิธีพิจารณา อนึ่งตาม ม. ๒๔๐ ก็บัญญัติว่า การที่ศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัยคดี อย่างน้อยจะต้องมีคำร้องคำแก้ ฯลฯ ซึ่งศาลชั้นต้นส่งขึ้นมาและ ม. ๓๐๒ ก็บัญญัติว่า ศาลที่มีอำนาจออกหมายบังคับคดีหรือทำคำชี้ขาดเกี่ยวกับการบังคับคดี คือศาลที่ได้พิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีในชั้นต้น การที่บัญญัติไว้เช่นนี้ก็เพื่อมิให้ก้าวก่ายสับสนหน้าที่กัน จึงพิพากษายกคำสั่งศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 562/2490 นายทองดี อิศรกุล โจทก์ ขุนประเทศจีนนิกร, ขุนบำรุงจีนประเทศ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายทองดี อิศรกุล · จำเลย - ขุนประเทศจีนนิกร, ขุนบำรุงจีนประเทศ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธรรมบัณฑิต · ลัดพลีธรรมประคัลภ์ · จำรูญเนติศาสตร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1145/2494ฎีกา 9028/2542ฎีกา 2076/2542ฎีกา 3801/2536ฎีกา 5679/2553ฎีกา 4041/2542ฎีกา 249/2486ฎีกา 1498/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 952/2539ฎีกา 1660/2518ฎีกา 920/2524ฎีกา 1109/2510ฎีกา 1068/2522ฎีกา 2660/2545ฎีกา 2842/2549ฎีกา 3502/2532ฎีกา 10930/2554ฎีกา 8689/2558ฎีกา 765/2538ฎีกา 1343/2538ฎีกา 1632/2536ฎีกา 2929/2517ฎีกา 6619/2545
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา