คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1237/2491
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่คู่สัญญาตกลงกันว่า หากลูกหนี้ไม่ชำระหนี้เงินกู้ภายในกำหนด จะให้ที่ดินหลุดเป็นสิทธิของเจ้าหนี้โดยเด็ดขาด ถือเป็นโมฆะตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
สัญญากู้หนี้ธรรมดาซึ่งข้อที่สัญญามีว่า ถ้าไม่ชำระหนี้เงินกู้ภายในกำหนด ยอมโอนที่ดินให้หลุดเป็นกรรมสิทธิแก่เจ้าหนี้ ดังนี้ เป็นการฝ่าฝืนต่อ ป.ม.แพ่งฯ มาตรา 656 วรรค 2.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า กู้เงินจำเลย ๓๐๐ บาท ได้มอบที่ดินพิพาทยึดไว้เป็นประกัน โดยสัญญาว่า ถ้าจำเลยไม่ชำระเงินที่กู้ภายในวันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๔๘๖ จำเลยยอมโอนที่ดินให้เป็นกรรมสิทธิแก่โจทก์ครบกำหนดโจทก์ไปเตือนให้จำเลยโอนกรรมสิทธื จำเลยยอมตกลงแต่ขอผัด บัดนี้จำเลยไม่ยอมโอน จึงขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินให้โจทก์ตามสัญญาจำเลยให้การรับว่าทำสัญญาตามฟ้องจริง แต่ต่อสู้ว่าไม่ได้ตั้งใจโอนขาย เพราะเวลานั้นที่พิพาทมีราคา ๑๐๐๐ บาท ก่อนครบกำหนดจำเลยได้ไปขอชำระหนี้หลายครั้ง โจทก์ไม่ยอมบิดพริ้วต่างๆ จำเลยถือว่าโจทก์ผิดสัญญา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี ศาลอุทธรณ์เห็นว่าสัญญากู้ตกเป็นโมฆะตาม ป.ม.แพ่งๆ มาตรา ๖๕๖ พิพากษาให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าโดยที่ประชุมใหญ่ว่า สัญญาที่ฟ้องร้องกันเป็นสัญญากู้หนี้ธรรมดา มีข้อสัญญาว่า ถ้าจำเลยไม่ชำระหนี้เงินกู้ภายในกำหนด ยอมโอนที่ดินให้หลุดเป็นกรรมสิทธิแก่โจทก์ จึงเป็นการฝ่าฝืนต่อ ป.ม.แพ่งฯมาตรา ๖๕๖ วรรค ๒
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1237/2491
นายส้วง แซ่บ้าง โจทก์
นางนิ่ม แซ่วัง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายส้วง แซ่บ้าง · จำเลย - นางนิ่ม แซ่วัง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ทรงนิติกรณ์ · ประวัติ ปัตตพงศ์ · ปรีชาวินิจฉัย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายวิริยะ คณิตศิริ · ศาลอุทธรณ์ - พระพิบูลย์ไอศวรรย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา