คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 212/2491
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ในการตีความเจตนาของคู่สัญญา ให้เพ่งเล็งถึงเจตนาอันแท้จริงยิ่งกว่าถ้อยคำสำนวนตามตัวอักษร หากข้อความในเอกสารมีทางแปลได้หลายทาง ให้แปลให้เข้ากับเจตนาที่เห็นได้จากเอกสารนั้นเอง การสืบเจตนาที่นอกเหนือไปจากตัวหนังสือมีข้อจำกัดตามกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
ย่อคำพิพากษา
ป.ม.แพ่งฯ มาตรา132 ที่ว่าในการตีความแสดงเจตนานั้นให้เพ่งเล็งถึง เจตนาอันแท้จริงยิ่งกว่าถ้อยคำสำนวนตามตัวอักษรนั้น หมายความว่า ถ้าข้อความในเอกสารมีทางแปลไปได้แล้ว ก็พึงแปลให้เข้ากับเจตนาในที่นี้ ก็คือเจตนาอันเห็นได้จากหนังสือนั้นเอง มิได้หมายความว่าคู่สัญญาจะทำสัญญาไว้อย่างไรก็ช่าง แต่ย่อมสืบเจตนาได้เสมอการสืบเจตนานอกไปจากที่จะคำนวณได้จากตัวหนังสือนี้ มีห้ามไว้ในประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ทำหนังสือสัญญาขายข้าวเปลือกให้แก่โจทก์เป็นเวลา ๑ ปี โดยส่งตามงวดซึ่งโจทก์จะได้สั่งในวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๔๘๘ โจทก์แจ้งให้จำเลยส่งข้าวเปลือก ๓๐ เกวียน จำเลยให้เพียง ๑๒ เกวียนโจทก์เตือนให้จำเลยส่งให้ส่งให้ครบ จำเลยไม่ส่ง ทางเรือนจำต้องซื้อข้าวเปลือกจากคนอื่น จึงขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย
จำเลยต่อสู้ว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา และฟ้องแย้งเรียกเงินมัดจำ และราคาข้าว ๑๒ เกวียน
ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยผิดสัญญา จึงพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ เงินมัดจำให้โจทก์ริบ และให้โจทก์ชำระราคาข้าวเปลือก ๑๒ เกวียนให้จำเลย
ศาลอุทธร์พิพากษายืน
จำเลยฎีกาเป็นใจความสำคัญว่า สัญญาระหว่างโจทก์จำเลยมีวัตถุประสงค์ส่งข้าวให้ผู้ถูกคุมขังในเรือนจำกินตลอดเวลาสัญญา โจทก์สั่งเท่าใด จำเลยส่งไม่ครบก็ได้ หากมีข้าวเพียงพอเลี้ยงผูต้องขัง ศาลล่างและศาลอุทธร์ไม่ยอมให้จำเลยนำสืบความข้อนี้ นั้นไม่ถูกต้อง การแปลสัญญา ต้องหยั่งถึงเจตนาตาม ป.ม.แพ่งฯม.๑๓๒
ศาลฎีกาเห็น ตามป.ม.แพ่งฯ ม. ๑๓๒ ที่ว่า ในการตีความแสดงเจตนานั้น ท่านให้เล็งถึงเจตนาอนแท้จริงยิ่งกว่าถ้อยคำในสำนวนตามตัวอักษรนั้น หมายความว่าถ้าข้อความในเอกสารมีทางแปลไปได้แล้ว ก็พึงแปลให้เข้ากับเจตนาอันเท็จจริงของคู่สัญญา เพราะเจตนาในที่นี้ ก็คือเจตนาอันเห็นได้จากหนังสือั้นเอง มิได้หมายความว่า คู่สัญญาจะทำอย่างไรก็ช่างแต่ย่อมสืบเจตนาได้เสมอ นอกจากนี้การสืบเจตนานอกไปจากที่จะคำนวนได้จากตัวหนังสือนี้ ยังมีห้ามไว้ในป.ม.วิ.แพ่งฯม. ๑๔๔ ด้วย สัญญาเรื่องนี้มีถ้อยคำชัดเจน ไม่มีกล่าวว่า สักแต่ให้ข้าวเพียงพอผู้ต้องขังดังจำเลยว่า จึงพิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 212/2491
กรมราชฑัณฑ์ โดยนายประกอบ บุนนาค ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดพิจิตร โจทก์
นายหาญ ทิพยะ หรือนิพพะยะ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - กรมราชฑัณฑ์ โดยนายประกอบ บุนนาค ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดพิจิตร · จำเลย - นายหาญ ทิพยะ หรือนิพพะยะ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จำรูญเนติศาสตร์ · มนูภันย์วิมลสาร · ศิลปสิทธิวินิจฉัย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายสุจุนต์ เมฆวิชัย · ศาลอุทธรณ์ - หลวงวิเทศจรรยารักษ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา