⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 295/2491

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 295/2491

ป.พ.พ. ม.521, 525, 526 · ป.วิ.แพ่ง ม.161

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาที่คู่สมรสฝ่ายหนึ่งให้ทรัพย์สินแก่อีกฝ่ายหนึ่ง โดยมีเงื่อนไขว่าหากฝ่ายที่ได้รับทรัพย์สินทอดทิ้งหรือไม่อุปการะฝ่ายที่ให้ ฝ่ายที่ให้จะไม่โอนทรัพย์สินให้ ถือเป็นสัญญาที่มีการตอบแทน ไม่ใช่สัญญาให้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 521.

ย่อคำพิพากษา

สัญญาให้ตามมาตรา 521 นั้น เป็นสัญญาที่ไม่มีสิ่งตอบแทน. สัญญาที่ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงทำไว้กับผู้ใหญ่ฝ่ายชายว่า จะยกที่ดินให้แก่คู่สมรสภายใน 5 ปี นับแต่วันสมรส แต่ถ้าคู่สมรสทอดทิ้งไม่อุปการะผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงซึ่งเป็นผู้ให้แล้ว ผู้ให้จะยังไม่โอนที่ดินให้ดั่งนี้ เป็นสัญญาที่มีการตอบแทน จึงไม่เป็นสัญญาให้ตาม ม.521 แต่เป็นสัญญาซึ่งสมัยก่อนเรียกว่าสัญญากองทุนในการสมรส คู่สมรสฟ้องให้บังคับตามสัญญาได้ ในกรณีที่ศาลฎีกาให้ย้อนสำนวนไปพิจารณาพิพากษาใหม่นั้น ศาลสูงสั่งให้รวมสั่งค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ตอนพิพากษาใหม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.161 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.521 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.525 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.526

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.161 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.521 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.525 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.526 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ในการทำพิธีสมรสระหว่างนายฉลวยและนางสาวทวาย โจทก์ นั้น นายมูลซึ่งเป็นประธานฝ่ายชาย กับนายแกระจำเลยซึ่งเป็นประธานฝ่ายหญิง ได้ทำสัญญากันไว้ว่า ฝ่ายชายได้นำเงินมาเป็นเงิน ๗๐๐ บาท และเงินทุน ๑๐๗ บาท ๗๗ สตางค์ ฝ่ายหญิงนายแกระจะแบ่งโอนที่นาโฉนดที่ ๒๗๔๒ ให้คู่สมรส ๒๐ ไร่ ภายใน ๕ ปี นับแต่วันสมรส แต่ถ้าฝ่ายคู่สมรสทอดทิ้งไม่อุปการะนายแกระ นางสนิท (ภรรยานายแกระ) นายแกระ นางสนิท จะยังไม่โอนนา ๒๐ ไร่ให้ บัดนี้ นายฉลวย นางทวาย ได้เป็นโจทก์ฟ้องนายแกระจำเลย อ้างว่าจำเลยขายที่ดินแปลงนี้เสียแล้ว โจทก์จึงขอส่วน ๒๐ ไร่ เป็นเงิน ๔๗๒๐ บาท. ศาลชั้นต้นเห็นว่าสัญญาให้รายนี้ไม่ได้จดทะเบียนตามมาตรา ๕๒๕ จึงไม่สมบูรณ์ พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า สัญญาให้ตามมาตรา ๕๒๑ นั้น ไม่มีสิ่งตอบแทน แต่สัญญานี้เป็นสัญญาที่มีการตอบแทนกัน จึงไม่เป็นสัญญาจะให้ แต่เป็นสัญญาซึ่งสมัยก่อนเรียกว่า กองทุนในการสมรส กรณีจึงไม่เข้า ป.พ.พ.มาตรา ๕๒๕ หรือ ๕๒๖. จึงพิพากษายกคำพิพากษาศาลล่างให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาต่อไป แล้วชี้ขาดใหม่ตามรูปคดี. ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลในชั้นนี้ ให้ศาลรวมสั่งให้คำพิพากษาตอนใหม่. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 295/2491 นายฉลวย นางทวาย แพทย์ประเสริฐ โจทก์ นายแกระ บุญมีประเสริฐ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายฉลวย นางทวาย แพทย์ประเสริฐ · จำเลย - นายแกระ บุญมีประเสริฐ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จำรูญเนติศาสตร์ · ปรีชาวินิจฉัย · ศิลปสิทธิวินิจฉัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายเกษม ทิพยจันทร · ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยทรรศน์ปฏิภาน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 984/2482ฎีกา 5324/2537ฎีกา 3467/2525ฎีกา 1063/2545ฎีกา 2895/2519ฎีกา 1345/2532ฎีกา 6809/2541ฎีกา 1798/2506ฎีกา 79/2501ฎีกา 1781/2509ฎีกา 3651/2526ฎีกา 951/2542ฎีกา 5219/2531ฎีกา 2303/2533ฎีกา 271/2487ฎีกา 2026/2494ฎีกา 319/2530ฎีกา 488/2472ฎีกา 2627/2522ฎีกา 6052/2537ฎีกา 7139/2538ฎีกา 1095/2473ฎีกา 7051/2540ฎีกา 8337/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา