คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1114/2492
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คนต่างด้าวจะถือกรรมสิทธิในที่ดินได้ ต้องมีสนธิสัญญาอนุญาต และต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด หากไม่มีสนธิสัญญา คนต่างด้าวไม่มีสิทธิได้มาซึ่งที่ดิน และพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่มีอำนาจอนุญาต
ย่อคำพิพากษา
พ.ร.บ.ที่ดินในส่วนที่เกี่ยวกับคนต่างด้าว 2486 มาตรา 5, 6 คนต่างด้าวจะเข้าถือกรรมสิทธิในที่ดินได้ ก็ต่อเมื่อมีสนธิสัญญาบัญญัติให้ไว้ และแม้จะมีสนธิสัญญาเช่นว่านั้นก็ตาม แต่การได้มาจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขและข้อกำหนด ทั้งต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย แต่ถ้าไม่มีสนธิสัญญาให้มีกรรมสิทธิในที่ดินได้ คนต่างด้าวนั้นก็ไม่มีสิทธิจะได้มาซึ่งที่ดินและแม้จะขออนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ๆ ก็ไม่มีอำนาจอนุญาตได้.
โจทก์เป็นคนจีนทำสัญญาซื้อที่ดินจากจำเลย ในเวลาที่จะต้องโอนที่ดินตามสัญญานั้น ประเทศจีนยังไม่ได้ประกาศใช้สนธิสัญญากับประเทศไทย โจทก์จึงไม่มีทางได้กรรมสิทธิในที่ดินตามสัญญาได้ สัญญาระหว่างโจทก์จำเลยตกเป็นโมฆะตาม ป.ม.แพ่ง ฯ มาตรา 113 จำเลยไม่ใช่ฝ่ายผิดสัญญาและไม่ต้องชดใช้เบี้ยปรับ แต่จำเลยควรคืนมัดจำให้โจทก์.
(อ้างฎีกา 188/2492)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ตกลงจะซื้อที่ดินของจำเลย ๑ แปลง จำเลยได้ตกลงจะขายให้โจทก์ ได้ทำสัญญากัน โจทก์ให้เงินมัดจำแก่จำเลย จำเลยจะจัดการโอนที่ดินให้โจทก์ภายใน ๑ เดือน ถ้าฝ่ายใดผิดสัญญา ได้กำหนดเบี้ยปรับและริบเงินมัดจำไว้ เมื่อครบกำหนดตามสัญญา จำเลยเพิกเฉยไม่ยอมทำตามสัญญา จึงขอให้จำเลยคืนเงินมัดจำ ๒๐๐๐ บาทกับใช้เบี้ยปรับ ๕๐๐๐ บาท จำเลยให้การว่าโจทก์เป็นฝ่ายบิดพริ้วไม่ปฏิบัติตามสัญญา จึงเป็นเหตุให้จำเลยริบเงินมัดจำ
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี , ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา,
ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์เป็นภริยานายชิวเอียะชนชาติจีน และโจทก์ขึ้นทะเบียนเป็นคนต่างด้าวตามสามีตาม พ.ร.บ.ที่ดินในส่วนที่เกี่ยวกับคนต่างด้าว ๒๔๘๖ มาตรา ๕๖ คนต่างด้าวจะเข้าถือกรรมสิทธิในที่ดินได้ก็ต่อเมื่อมีสนธิสัญญาบัญญัติให้ไว้ แม้จะมีสนธิสัญญาเช่นนั้นก็ตาม แต่การได้มาจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขและข้อกำหนด ทั้งต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย แต่ถ้าไม่มีสนธิสัญญาให้มีกรรมสิทธิในที่ดินได้ คนต่างด้าวนั้นก็ไม่มีสิทธิจะได้มาซึ่งที่ดินและแม้จะขออนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ๆ ก็ไม่มีอำนาจอนุญาตได้ เรื่องนี้โจทก์เป็นคนจีนทำสัญญาซื้อที่ดินจากจำเลยในเวลาที่จะต้องโอนที่ดินตามสัญญานั้น ประเทศจีนยังไม่ได้ประกาศใช้สนธิสัญญากับประเทศไทย โจทก์ไม่มีทางจะได้ซึ่งกรรมสิทธิในที่ดินตามสัญญาได้ สัญญาระหว่างโจทก์จำเลยตกเป็นโมฆะตาม ป.ม.แพ่งฯ มาตรา ๑๑๓ ฝ่ายจำเลยจึงไม่ใช่เป็นผู้ผิดสัญญาและไม่ต้องชดใช้เบี้ยปรับ แต่ฝ่ายจำเลยควรต้องคืนมัดจำให้โจทก์
พิพากษาแก้ ให้จำเลยคืนมัดจำให้โจทก์ คำขอนอกนั้นให้ยกเสีย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1114/2492
นางตุ๊ แซ่โงว โจทก์
นายไข มีมั่งคั่ง ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางตุ๊ แซ่โงว · ล. - นายไข มีมั่งคั่ง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นาถปริญญา · นาถปรีชา · นนทปัญญา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายหรุ่น แขวงโสภา · ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยทัณฑ์ชนาณัติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา