คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 56/2492
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
- สัญญาที่คู่สัญญาตกลงกัน หากมีข้อความที่แสดงเจตนาชัดเจนว่าต้องการให้เกิดผลทางกฎหมายอย่างไร ให้ตีความตามเจตนานั้่น แม้จะใช้ชื่อสัญญาผิดไปก็ตาม
- การที่โจทก์บรรยายฟ้องมีข้อความที่อาจตีความได้หลายนัย แต่หากข้อความส่วนอื่นของฟ้องได้แสดงรายละเอียดแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีชัดเจนพอสมควรแล้ว และจำเลยมิได้หลงข้อต่อสู้ ศาลย่อมรับฟังข้อเท็จจริงตามที่ได้ความจากการพิจารณาได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยคืนเงินให้โจทก์ เพราะจำเลยผิดสัญญาที่โจทก์จ้างจำเลยไปพูดโฆษณาโดยใช้เครื่องวิทยุกระจายเสียงและเครื่องทำไฟฟ้าของจำเลย จำเลยต่อสู้ว่า โจทก์ทำสัญญาเช่าเครื่องขยายเสียง เครื่องทำไฟฟ้าของจำเลย แล้วผิดสัญญาไม่จัดการนำเครื่องไปเอง ดังนี้ สัญญาระหว่างโจทก์จำเลยจะเป็นสัญญาเช่าหรือสัญญาจ้างทำของ ไม่ใช่ข้อสำคัญ ข้อสำคัญในคดีอยู่ที่ว่าฝ่ายใดเป็นผู้ผิดสัญญา
การที่จำเลยค้านว่า ฟ้องของโจทก์กล่าวว่า โจทก์ว่าจ้างจำเลยให้ไปทำการโฆษณาเพื่อหาเสียงในการเลือกตั้ง แต่แล้วนำสืบเป็นเรื่องเช่าเครื่องขยายเสียงจากจำเลยไปโฆษณาด้วยตนเองเป็นการสืบไม่สมฟ้องนั้น แม้ฟ้องของโจทก์ตอนต้นจะกล่าวมีนัยดังจำเลยว่าก็ดี แต่ฟ้องตอนกล่าวถึงรายละเอียด โจทก์ได้บรรยายถึงรายละเอียดเป็นที่เข้าใจได้แล้วว่าโจทก์จำเลยตกลงกันอย่างไรและจำเลยมิได้หลงข้อต่อสู่แต่อย่างใดดังนี้ ข้อค้านของจำเลยย่อมฟังไม่ขึ้น.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ว่าจ้างจำเลยผู้เป็นเจ้าของร้านวิทยุโฆษณาให้ไปทำการโฆษณาหาเสียงในการเลือกตั้งที่จังหวัดสมุทรสาคร โดยใช้เครื่องวิทยุกระจายเสียงพร้อมด้วยเครื่องทำไฟฟ้าของจำเลย และจำเลยเป็นผู้ควบคุมการใช้เครื่อง จำเลยตกลงรับจ้าง โจทก์วางมัดจำ ๑๐๐ บาท ถึงวันนัดโจทก์ไปรับจำเลย ๆให้โจทก์ไปล่วงหน้าและเีรยกเงินค่าจ้างอีก ๘๐๐ บาท โจทก์ชำระเสร็จแล้ว จำเลยหาได้ปฏิบัติตามที่โจทก์ว่าจ้างไม่ จึงขอให้คืนเงิน ๙๐๐ บาท จำเลยให้การว่าความจริงโจทก์เช่าเครื่องขยายเสียและเครื่องทำไฟฟ้ามีกำหนด ๓ วันตามเอกสารท้ายฟ้อง โจทก์ตรวจรับสิ่งของที่เช่าจนได้ชำระราคาเสร็จ และว่าจะออกไปหารถบรรทุกเอาไปจำเลยไม่ได้ผิดนัดและต่อสู้ว่าโจทกไม่มีสิทธิสืบพยานแก้ไขเอกสารเป็นอย่างอื่น ศาลชั้นต้นฟังว่าโจทก์สืบไม่สมฟ้อง พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยคืนเงินให้โจทก์
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาได้วินิจฉัยว่า สัญญาระหว่างโจทก์จำเลยเป็นสัญญาเช่าหรือจ้างทำของหาใช่ข้อสำคัญไม่ ข้อสำคัญอยู่ที่ว่าฝ่ายใดเป็นผู้ผิดสัญญา
ข้อที่จำเลยคัดค้านว่า ฟ้องโจทก์ว่าโจทก์ได้ว่าจ้างจำเลยให้ไปทำการโฆษณาเพื่อหาเสียงให้นายกัน แต่แล้วนำสืบเป็นเรื่องเช่าเครื่องขยายเสียงไปโฆษณาด้วยตนเองเป็นการสืบไม่สมฟ้องนั้น กับฟ้องของโจทก์ในตอนต้นจะกล่าวมีนัยไปในทางที่จำเลยว่าก็ดี แต่ฟ้องในตอนกล่าวถึงรายละเอียด โจทก์ได้บรรยายถึงรายละเอียดเป็นที่เข้าใจได้แล้วว่า โจทก์จำเลยตกลงกันอย่างไร แล้วจำเลยมิได้หลงข้อต่อสู้อย่างใดข้อคัดค้านของจำเลยย่อมฟังไม่ขึ้น ส่วนข้อเท็จจริงนั้นฟังได้ตามพยานหลักฐานฝ่ายโจทก์ว่าจำเลยผิดสัญญา.
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 56/2492
นายสำลี ทองซิว โจทก์
นายสาย สวัสดิ์สว่าง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสำลี ทองซิว · จำเลย - นายสาย สวัสดิ์สว่าง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประวัติ ปัตตพงศ์ · ปรีชาวินิจฉัย · ศิลปสิทธิวินิจฉัย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายยิ้ม บูรณารมย์ · ศาลอุทธรณ์ - พระประศาสน์วินิจฉัย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา