⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 690/2492

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 690/2492

ย่อคำพิพากษา

โจทก์จำเลยทำสัญญากันว่าโจทก์จ่ายเงินให้จำเลยในการที่จำเลยจะหาทนายฟ้องนายหมะ เรื่องแย่งกรรมสิทธิที่ดิน 6 แปลง ถ้าแพ้คดีนายหมะ เงินที่โจทก์จ่ายไปเป็นพับ ถ้าคดีชนะจำเลยยอมมอบกรรมสิทธิที่ดิน 6 แปลงให้แก่โจทก์ แต่โจทก์ต้องเลี้ยงดูจำเลยจนตลอดชีวิตร ดังนี้ เป็นสัญญาที่ทำขึ้นโดยตกลงให้ได้รับผลประโยชน์ตอบแทนจากการเป็นความ ซึ่งคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งไม่มีส่วนในมูลคดีนั้น ๆ ย่อมเป็นการแสวงหาประโยชน์จากผู้อื่น อันเป็นความกัน นับว่าเป็นการขัดแก่ความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนตาม ป.ม.แพ่ง มาตรา 113 (อ้างฎีกา 510 / 2468)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.24 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.113 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.411

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ตกลงให้โจทก์จ่ายเงินให้จำเลยในการที่จำเลยจะหาทนายฟ้องนายหมะ เรื่องแย่งกรรมสิทธิที่ดิน 6 แปลง ถ้าคดีแพ้นายหมะ เงินที่โจทก์จ่ายเป็นพับไปถ้าคดีชนะ จำเลยยอมมอบกรรมสิทธิที่ดินทั้ง 6 แปลงให้แก่โจทก์ แต่โจทก์ต้องเลี้ยงดูจำเลยตลอดชีวิต และทำศพด้วยโจทก์ได้จ่ายเงินให้จำเลยฟ้องนายหมะต่อศาล ผลที่สุดจำเลยชนะคดี โจทก์ได้จ่ายเงินให้จำเลยไป 1500 บาท จำเลยได้ทำสัญญามอบที่ดิน 6 แปลงให้โจทก์ บัดนี้ จำเลยได้ประกาศขายที่ดินให้แก่ผู้มีชื่อ และได้รับเงินมัดจำไว้ จึงขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดิน 6 แปลงให้โจทก์ ถ้าโอนไม่ได้ให้ใช้เงิน 3000 บาท จำเลยให้การรับว่าโจทก์จัดการหาทนายให้จำเลยฟ้องนายหมะ และช่วยติดต่อกับทนายแทนจำเลยจริง แต่ต่อสู้ว่าจำเลยไม่เคยให้สัญญากับโจทก์ดังฟ้องจำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายเบื้องต้นว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะสัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลยสัญญาพะนันขันต่อ ขัดต่อศีลธรรมอันดี ศาลชั้นต้นให้งดสืบพะยาน แล้วพิพากษาว่า เป็นสัญญาที่มีวัตถุประสงค์ขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน จึงตกเป็นโมฆะ ให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์เห็นว่าสัญญาใช้ได้ตามกฎหมาย พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ จำเลยฎีกา, ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้จะพิจารณาได้ความตามฟ้องโจทก์จำเลยก็ไม่ต้องรับผิด โจทก์จะฟ้องเรียกที่ดินตามสัญญาหรือเรียกเงินที่ได้ทดรองไปคืน หาได้ไม่ เพราะสัญญาที่ทำขึ้นโดยตกลงให้ได้รับผลประโยชน์ตอบแทนจากการเป็นความ ซึ่งคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งไม่มีส่วนในมูลคดีนั้น ๆ ย่อมนับว่าเป็นการแสวงหาผลประโยชน์จากผู้อื่นเป็นความกัน นับว่าขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนตาม ป.ม.แพ่งฯ มาตรา 113 พิพากษากลับ ยกฟ้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 690/2492 นายสะตำ อับดุลลาเตะ โจทก์ นายหมะ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสะตำ อับดุลลาเตะ · จำเลย - นายหมะ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทรงนิติกรณ์ · ประวัติ ปัตตพงศ์ · ศิลปสิทธิวินิจฉัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสงขลา - นายเพี้ยง บุญรักษา · ศาลอุทธรณ์ - พระนาถปริญญา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 3245/2534ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 548/2522ฎีกา 8680/2551ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 2657/2534ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา